Blog 123 : ‘นิสัยของหุ้น’

เวลาเห็นหุ้นบางตัวดีดขึ้นแรง หรือราคาเหวี่ยงมาก หลายคนอาจจะรู้สึกอยากเทรดหุ้นพวกนี้ให้ได้เยอะๆ เพราะหวังจะได้กำไรเร็วแรงบ้าง

ยิ่งถ้าเล่นหุ้นต่างประเทศ เราจะเห็นหุ้นขึ้นกัน 50% 100% ภายในวันเดียวเป็นเรื่องปกติ

แต่การเทรดที่ดีอาจไม่ใช่แค่คอยดูว่าตัวไหนขึ้นแรง แล้วตามไล่เทรดหุ้นพวกนี้ไปเรื่อยๆ แบบวันต่อวัน

สิ่งที่ต้องประเมินก่อนคือ ระบบและสภาพจิตใจของเรา จะสามารถรับมือกับหุ้นพวกนี้ได้ดีแค่ไหน

การดู ‘นิสัยของหุ้น’ ที่จะเอาเข้าพอร์ต เป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่า

เราจะเทรดมันจนจบรอบ ได้กำไรตามเป้าจริง หรือจะโดนสลัดหลุดไปก่อน?

หรือถึงแม้เราจะเน้นแต่หุ้นตัวแรง แต่ถ้าเล่นได้แค่นิดเดียว เพราะมันเหวี่ยงมาก (high ATR , ADR)

เทียบกับหุ้น growth ปกติ ที่ค่อยๆ ขึ้นแบบไต่ระดับไปเรื่อยๆ แต่สามารถถือ position size ที่ใหญ่หน่อย

แบบที่มีนัยยะกับพอร์ต และเทรดเกาะไปกับขาขึ้นของหุ้นง่ายกว่า

เทียบกันแล้วแบบไหนจะเข้ามือเรามากกว่ากัน

แบบไหนต้องใช้พลังงานในการติดตาม หรือเกิดความเครียดความกดดันน้อยกว่ากัน (ในระยะยาว)

ส่วนตัวเวลาเห็นหุ้นซิ่ง ตัวแรงๆ ก็อาจจะใส่ลิสไว้ติดตามดูเป็น case study ประจำปี

แต่จะไม่ค่อยมีความรู้สึกว่า เราจำเป็นต้องเทรดมันทุกตัว พลาดไม่ได้เลย

ถ้าไม่เทรดก็ไม่ได้รู้สึกว่าตกรถหรือเสียโอกาสอะไร

เพราะในแต่ละวัน ตลาดทุกประเทศก็ต้องมีหุ้นตัวที่วิ่งแรงๆ กันอยู่แล้ว

(ตกรถทุกวันคือเรื่องปกติ)

อีกอย่างคือการรู้ตัวเองว่า หุ้นแนวนี้ ถ้าเทรดเองก็คงโดนสลัดหลุดมือ

หรือต้อง cut หลายรอบแน่นอน กว่าจะได้กำไรซักรอบ (แต่โดนขาดทุนสะสมไปแล้วหลายรอบ)

และส่วนใหญ่พอตลาดเริ่มกลับมาดูดี มันจะมีหุ้นที่น่าสนใจอีกหลายตัวเริ่มเป็น uptrend

ที่ดูทรงแล้วเข้ามือเรามากกว่าให้เลือกเล่นด้วย

ดังนั้น สิ่งสำคัญของเรื่อง stock selection

เลยจะไม่ใช่แค่การ scan กราฟ , ทำ watch list แล้วก็ไล่เทรดหุ้นทุกตัวที่เห็นว่าสวย

หรือต้องคอยตามหุ้นที่พุ่งแรงๆ เร็วๆ ทุกวัน

แต่มันคือการเลือก ‘หุ้นที่ใช่’ สำหรับสไตล์ของเรา

และการรู้ว่าหุ้นลักษณะแบบนี้ (ทั้ง พฐ + กราฟ) คือโอกาสของจริงตามระบบ

เพราะสุดท้ายผลลัพธ์ระยะยาว ส่วนหนึ่งมันจะตัดสินกันตรงที่ว่า

ในแต่ละปี เราตัดสินใจ ‘เลือกหุ้นแบบไหน’ เข้าพอร์ตของตัวเองครับ..
.

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.