Blog 75 : Market Theme & Leader Stocks (เม.ย. 2017)

  ภาพรวมตลาดในช่วงนี้ (เม.ย. 2017) คือ ‘ซึมแต่(ยัง)ไม่ลง’ : ตลาดยังเทรดอยู่เหนือเส้น MA สำคัญได้ แต่มี % การขึ้นในแต่ละวันและ volume เทรดค่อนข้างน้อย สรุปคือเป็นตลาดที่ไม่คึกคัก ดูยังไม่แข็งแกร่งจริงๆ ตามกราฟ set...

Blog 74 : ‘การ Run Screen และอัพเดต Watch list’

. สามเดือนที่ผ่านมาผมมีงานแปลหนังสือเลยไม่ได้เขียนบทความใหม่เท่าไหร่ เดี๋ยวจะค่อยๆกลับมาเขียนนะครับ #### เทรดเดอร์จะสัมผัสอาการของตลาดโดยการ Run Screen หรือการตรวจสอบตลาดและหุ้นในลิสของเราอยู่เป็นประจำ เพื่อที่จะสามารถรับรู้ได้ว่าภาวะตลาดในตอนนั้นเป็นอย่างไร หุ้นในลิสมีรูปแบบที่น่าเทรดหรือไม่ โดยทั่วไปการ Run Screen ควรทำเป็นประจำทุกวัน ถ้าคนที่ไม่เวลามากนักก็ควรหาเวลาหลังตลาดปิดเพื่ออัพเดตตลาดและหุ้นในลิสว่ามีตัวไหนบ้างที่เกิดสัญญาณซื้อ-ขาย ตัวไหนน่าสนใจมากขึ้น ตัวไหนน่าสนใจน้อยลง ซึ่งถือเป็นการคัดกรองลิสหุ้นของเราอีกทีว่าหุ้นชุดนี้เป็นกลุ่มที่เราคิดว่าจะลงมือเทรดจริงๆ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาเทรดจริงก็จะทำให้เราสามารถโฟกัสไปที่หุ้นกลุ่มนี้...

Blog 73 : ‘Sector Rotation และการเปลี่ยนกลุ่มหุ้นนำตลาด’

  บทความที่แล้ว ผมเขียนตกไปเรื่องนึงซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นนำตลาดของปีนี้หลายตัวเริ่มร่วงลงแรง นั่นคือการเปลี่ยนกลุ่มหุ้นนำตลาดเป็นหุ้นกลุ่มใหม่ บทความนี้จะมาขยายความหัวข้อนี้มากขึ้นครับ #### Sooner or later, all trends end and when they do, it is not pretty.”...

Blog 72 : ‘สัญญาณเตือนจากหุ้นนำตลาด’

  ในบล็อกตอนที่แล้ว (Blog 71 : ภาวะตลาด (FTD) vs หุ้นรายตัว)  ผมเขียนว่า ตลาดช่วงหลังเดือนตุลาคมเป็นตลาดที่ภาพรวมไม่คึกมากนัก ตลาดขึ้นแบบซึมๆไม่มี FTD สลับกับลงบ้างเป็นบางวัน แต่ก็ถ้าไปดูหุ้นรายตัวเราก็จะเห็นหุ้นสวยๆเยอะพอสมควร เราจึงยังพอเทรดได้โดยการโฟกัสไปที่ price และ volume...

Blog 71 : ภาวะตลาด (FTD) vs หุ้นรายตัว

  ช่วงนี้ (พ.ย. 2016) ถ้าเราดูกราฟ SET เทียบกับหุ้นรายตัว อาจจะเห็นว่าไม่สอดคล้องกันนัก เพราะหลังจากที่ผ่านการปรับฐานรุนแรง 2 รอบในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ตลาดก็มีลักษณะซึม ขึ้นแบบวอลุ่มน้อย (ไม่มี follow through day – FTD)...

Blog 67 : สิ่งที่ควรทำเมื่อเห็น return ของหุ้นเทพในแต่ละปี และตารางสุดยอดหุ้นปี 2014-2017

“ในแต่ละปี สิ่งที่คุณต้องการจริงๆก็คือ หุ้นที่ดีมากเพียงหนึ่งหรือสองตัวเท่านั้นเพื่อที่จะได้ผลตอบแทนระดับยอดเยี่ยม แต่คุณต้องรับมือและบริหารการเทรดให้ถูกต้อง ผมต้องการเห็นว่า หุ้นตัวนั้นสามารถวิ่งขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ผมจะยังไม่รีบซื้อหุ้นตอนที่มันเพิ่งเริ่มวิ่งขึ้นครั้งแรก แต่ผมจะรอซื้อในการวิ่งขึ้นรอบที่สองหรือรอบที่สามของมัน ผมยังต้องการเห็นด้วยว่า ฐานราคาของหุ้นมีการพักตัวที่บีบแน่นมาก และราคาหุ้นมีการแกว่งตัวน้อยรวมถึงวอลุ่มเหือดแห้งลงในช่วงที่หุ้นทำฐานราคานั้น เมื่อผสมภาพเทคนิคอลร่วมกับปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมและกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังแข็งแกร่ง ทั้งหมดนี้จะทำให้ผมสนใจซื้อหุ้นตัวนั้นครับ” – David Ryan , จากหนังสือ Momentum...

Blog 60 : ‘แก่นของ CANSLIM’

ช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่หนังสือของโอนีลได้ถูกแปลเป็นภาษาไทย ก็น่าจะทำให้มีคนสนใจ CANSLIM กันมากขึ้น โดยส่วนตัวผมก็เทรดแนวนี้มาได้ 5 ปีแล้ว วันนี้เลยลองสรุปแนวคิดที่น่าจะถือว่าเป็นแก่นจริงๆของหลักการนี้ดู แต่บทความนี้ก็ถือว่าเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้น อาจจะมีบางอย่างผิดพลาดได้ ถ้าคิดเห็นยังไงก็แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ครับ – ก่อนอื่นเลยถ้าคิดว่าอ่านหนังสือ How to Make Money In Stocks...

Blog 55 : วิธีการสังเกตหุ้นนำตลาด (Leading Stocks in Market Correction)

. วีดีโอสำหรับคนที่อยากศึกษา วิธีการสังเกตหุ้นนำตลาด (Leading Stocks) วิธีนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่ผมใช้เทรดอยู่ในปัจจุบัน ลองดูแล้วค่อยๆศึกษาไปนะครับ มีประโยชน์มาก การเทรดแบบเลือกตามกลุ่มหุ้นนำตลาด จะช่วยให้เราได้เปรียบในทุกสถานการณ์ เพราะเวลาที่ตลาดเป็นขาขึ้น หุ้นกลุ่มนี้ก็มักจะวิ่งขึ้นได้แรงกว่าหุ้นส่วนใหญ่ ในขณะที่ถ้าตลาดอยู่ในช่วงขาลงหรือผันผวนแรง กลุ่มหุ้นนำตลาดก็มักจะลงน้อยกว่าหุ้นส่วนใหญ่ บางตัวอาจยืนสวนตลาดได้ แล้วรอจังหวะกลับมาขึ้นใหม่ เมื่อตลาดเริ่มเด้งหรือกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ ดังนั้น เวลาที่ตลาดปรับฐานแรง...

Blog 34 : How to Spot Market Bottoms [สไลด์]

. เอาสไลด์ที่เหมาะกับตลาดช่วงนี้มาฝากครับ ‘How to Spot Market Bottoms’ จากเวบ Investor Business Daily (IBD) หนึ่งในหลักการสำคัญของระบบ CANSLIM คือตัว ‘M’ หรือ Market Direction ซึ่งก็คือการตรวจสอบสภาวะตลาดในช่วงต่างๆว่า...

Blog 33 : หุ้นลงมาเยอะแล้ว คงไม่ลงไปมากกว่านี้หรอก?

“หุ้นลงมาเยอะแล้ว น่ารีบซื้อเก็บไว้ หรือถ้าติดหุ้นอยู่ก็ถือๆไปก่อน มันคงไม่ลงไปมากกว่านี้หรอก”   ประโยคนี้มักถูกใช้เป็นประจำเวลาที่ตลาดหุ้นตกหนักๆ ซึ่งผมคิดว่า การที่เราจะคิดแบบนี้ได้นั้น ก่อนอื่นเราต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆให้ดีก่อนนะครับ – หุ้นตัวที่พูดถึงนั้น ‘พื้นฐาน, งบการเงิน, และแนวโน้มธุรกิจยังดีจริงหรือไม่?’ ถ้าดีจริง ลองประเมินว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาแพงไปมากหรือยัง เมื่อเทียบกับ Growth ของบริษัทในอนาคตข้างหน้านี้...