Blog 34 : How to Spot Market Bottoms [สไลด์]

.

เอาสไลด์ที่เหมาะกับตลาดช่วงนี้มาฝากครับ ‘How to Spot Market Bottoms’ จากเวบ Investor Business Daily (IBD)

หนึ่งในหลักการสำคัญของระบบ CANSLIM คือตัว ‘M’ หรือ Market Direction ซึ่งก็คือการตรวจสอบสภาวะตลาดในช่วงต่างๆว่า ในช่วงนั้นเหมาะแก่การซื้อ ถือ ขาย เพิ่มหรือลดพอร์ตอย่างไร

โดยปกติแล้ว 3 ใน 4 ของหุ้นทั้งหมด จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับตลาด ดังนั้น ถ้าตลาดเป็นขาขึ้น หุ้นส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มที่ดี ในทางตรงข้าม หากตลาดเริ่มปรับตัวเป็นขาลงหรือเกิดการปรับฐาน หุ้นส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดการปรับฐานลงมาเช่นกัน

สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อหุ้นในจุดที่ราคา ‘ถูกมาก’ จริงๆนั้น การตรวจสุขภาพตลาดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเราซื้อผิดจังหวะ หรือซื้อในช่วงก่อนตลาดจะปรับฐาน โอกาสขาดทุนในระดับ 20-50% จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาหุ้นไม่ได้อยู่ในจุดที่ถูกและปลอดภัยมากจริงๆ

(อาจจะเป็นราคาที่ถูกของเรา แต่ก็ยังแพงสำหรับคนอื่น หรือถูกแล้วก็มีถูกกว่าได้ เหมือนในช่วงที่ผ่านมาเป็นต้นครับ)

หลักการสังเกตเบื้องต้นเพื่อดูว่า ตลาดน่าจะมีลุ้นกลับตัว หรืออาจจะเป็นรอบเด้งให้เราพอเล่นกันได้บ้าง

Ignore the News, Follow the Market!

1. อาการของหุ้นใน watch list และกลุ่มนำตลาด ; ก่อนอื่นเราต้องคัด watch list หุ้นให้ดีก่อนนะครับ

สิ่งที่สำคัญคือ พยายามอัพเดต watch list ให้ sync กับกลุ่มหุ้นนำตลาดอยู่เป็นประจำ อย่าไปสนใจหุ้นที่ไม่ perform , หุ้นที่เริ่มเป็นขาลง เพราะจะเสียเวลาเปล่าครับ

ปกติแล้วตลาดจะชอบหุ้น Growth แบบมีคุณภาพมากกว่าหุ้นถูกๆแต่กำไรไม่โต คือ “ชอบหุ้นที่รายได้โต กำไรโต อัตรากำไรดีขึ้น และแนวโน้มธุรกิจยังไปได้ดี”

โดยหุ้นกลุ่มนี้มักจะเป็นหุ้นนำตลาดใน market rally รอบใหม่หลังจากที่ตลาดปรับฐานเสร็จ

2. วอลุ่มตลาด และการเกิด Follow Through Day (FTD) โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดทำ new low หรือหลุดแนวรับหลักที่คนส่วนใหญ่มองกัน ถ้าตลาดเริ่มเด้งแรงๆมีวอลุ่ม ก็อาจจะมีลุ้นได้ครับ

3. Sentiment โดยรวม ;

ถ้าในเวลาที่คนเริ่มกลัว-ล้างพอร์ตกันไปเยอะ, คนเริ่มไม่สนใจตลาดหุ้นกันแล้ว แต่หุ้นหลายตัวใน list ของเราทยอยขึ้นแบบมี Volume เข้า หรือเริ่ม setup pattern ที่น่าสนใจ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่เราต้องจับตาดูเอาไว้ เพราะหุ้นมักจะขึ้นในเวลาที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิดครับ

ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง ถ้าเรามีหลักการสังเกตตลาดและกลุ่มหุ้นแข็งหุ้นนำตลาด ก็จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจเทรดได้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องวิตกกังวลกับข่าวสารหรือความเห็นของคนอื่นๆมากจนเกินไป

พยายามให้น้ำหนักกับอาการของหุ้นรายตัวที่เราคัดไว้ดีแล้วเป็นหลัก เพราะมันจะช่วยบอกเราว่าเวลาไหนที่ควรซื้อ ควรขาย หรือควรอยู่เฉยๆไปก่อน

หมั่นฝึกฝนและสังเกตไปเรื่อยๆ แนวทางนี้จะทำให้เราไม่ติดดอย และไม่ตกรถแน่นอนครับ…

.

No bull market has started without a Follow Through Day.”

ในสไลด์จะมีคำว่า Follow Through Day เยอะพอสมควร ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าคืออะไร เลยขออธิบายเพิ่มเติมครับ

Follow Through Day (ตัวย่อ FTD) ยังไม่มีความหมายภาษาไทยที่ชัดเจน ผมตีความว่ามันคือ ‘วันที่ตลาดเริ่มยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น’ หลังจากที่ได้ทำ New Low ไปแล้ว

โดย FTD จะเป็นวันที่ตลาดบวกมากกว่า 1.2 – 2% และ Volume มากกว่าวันก่อน

จริงๆแล้ว FTD อธิบายค่อนข้างยาก คิดว่าต้องลองดูภาพประกอบ + ตัวอย่างในสไลด์ และหาอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือของโอนีล น่าจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ

อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นไม่ใช่ Casino ที่เราจำเป็นต้องเล่นทุกครั้งที่มีการแจกไพ่ หรือต้องยอมเล่นในเกมที่เราเสียเปรียบ 

ควรรอให้เกิด FTD หรือเริ่มเห็นหุ้นใน watch list setup สวยๆกันเสียก่อน  เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นว่าตลาดน่าจะทำ bottom และ มีโอกาสสูงที่ new uptrend กำลังจะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

(คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่ , Slide อยู่ด้านล่างสุดของบทความ)

ft

bot0

bot1

 

bot2

####

Slide (กดมุมขวาล่าง เพื่อดูเต็มจอ)


Blog 34 : How to Spot Market Bottoms [สไลด์]

www.sarut-homesite.net

17 มิ.ย. 2013

One comment on “Blog 34 : How to Spot Market Bottoms [สไลด์]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *