Blog 95 : ‘Common Mistakes และคำแนะนำในตลาดขาลง’

รวมข้อผิดพลาดสำคัญหลายอย่างที่ผมมักจะเห็นทุกครั้ง เวลาที่ตลาดปรับฐานแรง หรือช่วงขาลงครับ (bear market)

1. ‘ไม่มีจุด stop’ – เรื่องนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะเป็นปัญหาอันดับแรกของคนเล่นหุ้นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ (mass)

จากประสบการณ์ของผมเองก็พบว่า มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีวินัย วางแผนเทรดและตั้ง stop เป็นประจำ รวมถึงตัดขาดทุนตาม stop ที่ตั้งเอาไว้จริงๆ

จุด stop ที่เหมาะสม โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 5-7% เต็มที่ก็ราวๆ 10%

เพราะถ้าเราเพิ่งซื้อแล้วหุ้นร่วงลงไปขนาดนั้น แสดงว่าเราอาจจะคิดอะไรผิด หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างผิดปกติก็ได้ ไม่ว่าจะเกิดจากภาวะตลาดหรือหุ้นตัวนั้นก็ตาม

*ต้องกล้ายอมรับผิด อย่ามี ego อย่าคิดว่าเราต้องถูกเสมอ

ดังนั้น แค่ตั้งจุด stop และทำตามแผน ก็ถือว่าเราต่างกับคนส่วนใหญ่ขึ้นมาหนึ่งสเตปแล้วนะครับ

สำหรับเรื่อง stop loss ผมชอบเนื้อหาท่อนนี้ในหนังสือ Think & Trade Like a Champion ของ Mark Minervini ครับ ;

“การเทรดหุ้นโดยไม่มีจุดตัดขาดทุน ก็เหมือนกับการขับรถโดยที่ไม่ใช้เบรค

ในช่วงที่ตลาดดี คุณอาจจะรอดจากการเทรดแบบบ้าระห่ำและชะล่าใจไปได้ช่วงหนึ่ง

แต่จากประสบการณ์ของผม คนที่เทรดหุ้นโดยไม่ใช้จุดตัดขาดทุนเลย สุดท้ายเขาก็จะเลิกเทรดหุ้นไปเอง..”

2. ‘กลับเข้าตลาดเร็วเกินไป’

หลังจากที่ตลาดร่วงลงมาแรงแล้วเริ่มเด้ง หลายคนมักจะรีบเข้าซื้อหุ้นทันที โดยไม่อดทนรอสัญญาณยืนยันการกลับตัว (confirmed uptrend) , ไม่รอ FTD และไม่รอให้หุ้นทำฐานราคาที่ดีใหม่ก่อน

หรือถ้าคนที่ไม่ดูกราฟ ก็มักจะรีบซื้อ อัดหุ้นทันทีเวลาเห็นตลาดร่วงแรง ทั้งๆที่เศรษฐกิจ-งบการเงินของหลายบริษัทก็ยังไม่ได้ผ่านจุดต่ำสุด และเริ่มฟื้นตัวได้จริง

3. ‘Fear of missing out’

การกลัวตกรถเป็นสิ่งที่พบได้ประจำ และเป็นกับดักที่อันตรายมากในตลาดขาลง สาเหตุเพราะคนเรามักจะยึดติดกับราคาล่าสุดมากจนเกินไป

พอเห็นตลาดเด้งแรงก็รีบไล่ซื้อตาม โดยที่ยังไม่ได้พิจารณาภาพใหญ่ของตลาด – ฐานราคาของหุ้นตัวนั้น ว่าฐานราคาเริ่มดูดีหรือทำ bottom จริงๆแล้วหรือยัง?

4. ‘อยากเอาคืน’

เวลาที่เราเสียเงิน ขาดทุน เรามักจะอยากทำเงินกลับมาให้เร็วที่สุด ด้วยการเสี่ยงมากกว่าเดิม เข้าซื้อหุ้นอย่างดุดัน เทรดบ่อยกว่าปกติ (overtrade)

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การทำแบบนี้ในตลาดขาลงมักจะก่อให้เกิดหายนะตามมาภายหลัง

สิ่งที่ควรทำหลังจากขาดทุนหรือช่วงขาลงคือ การตั้งสติ ทบทวนข้อผิดพลาดให้ดี อดทนรอให้ตลาดทำ bottom process เสียก่อน

หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเห็นโอกาสที่ดี ก็ค่อยๆกลับเข้าไปเทรด และฟื้นฟูพอร์ตกลับมาใหม่อีกครั้งครับ

5. ‘Hero & Ego Trade’

หลายคนคิดว่าการซื้อสวนตลาดหรือช้อนหุ้นตอนร่วงแรงๆ เป็นสิ่งที่น่าทำเพราะดูสวนกระแส และในช่วงขาขึ้นที่ผ่านมาการทำแบบนี้มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดี

รวมถึงการที่มันเป็นแนวคิดในหลักการลงทุนกระแสหลักต่างๆอีกด้วย

แต่สิ่งที่ต้องระวังเมื่อตลาดเป็นขาลงคือ ตราบใดที่ภาพแนวโน้มขาลงยังไม่สิ้นสุด ราคาหุ้นจะร่วงลงไปถึงไหนก็ได้นะครับ (no price is too low for a bear)

คำแนะนำเพิ่มเติมครับ

  • สำหรับสายผสม – CANSLIM ควรรอตลาดผ่านช่วง bottom process ซักระยะหนึ่งเช่น การ retest low , เกิด FTD หลังจากช่วงนั้น ถ้าหุ้นที่เราดูอยู่เริ่มทำฐานราคาที่ดีเช่น VCP pattern เกิดจุดซื้อที่น่าสนใจก็ค่อยลองทดสอบดูครับ
  • ถ้าไม่ใช่ day trader หรือ short-term swing ควรหลีกเลี่ยงช่วง high volatility *อย่าเล่นในเกมที่เราไม่ถนัด
  • ราคาที่เห็นว่าถูก เราประเมินเทียบกับกำไรในอดีต (pe ปัจจุบัน) หรือกำไรในอนาคต (fw pe) เพราะหากเศรษฐกิจถดถอย-กำไรของบริษัทลดลงเยอะ PE ที่ดูเหมือนถูกตอนนี้ ก็จะกลายเป็นแพงขึ้นมาทันที (หุ้นอาจจะถูกแล้วสำหรับเรา แต่ถูกพอสำหรับตลาดหรือยัง?)
  • เราไม่จำเป็นต้องมีหุ้นในพอร์ตเยอะๆตลอดเวลา อย่าลืมว่าเงินสดก็ถือเป็น position ที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตใหญ่ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของคนที่มีเงินสดและเตรียมตัวพร้อม
  • อย่าไปกลัวเรื่องเงินเฟ้อ , ดอกเบี้ยต่ำ ฯลฯ มากจนเกินไป เพราะเราไม่ได้จะถือเงินสดทิ้งไว้เฉยๆเป็นปี เราแค่ออกมานั่งดูรอจังหวะกลับเข้าตลาด เมื่อขาขึ้นรอบใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง

คำแนะนำปิดท้ายบทความนี้

Don’t be a hero และ

Timing is everything ครับ

Blog 95 : ‘Common Mistakes ในตลาดขาลง’

www.sarut-homesite.net

16 มีนาคม 2020

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.