Blog 47 : สรุปเนื้อหาสัมนา “IBD 30 Years’ – Past, Present, and Future Market Leaders”

 

Edited (2017) :

จากประสบการณ์ในตลาดหุ้นกว่า 50 ปี ทำให้หลักการและคำสอนของปู่โอนีลมีความขลังและเป็นของจริง
.
เพราะมันไม่ใช่ความเห็นที่มีอคติหรือเกิดจากความเชื่อส่วนตัว (bias) แต่มันคือสิ่งที่ตกผลึกจากการผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่าน cycle ตลาดขาขึ้นและขาลงมาอย่างยาวนานหลายยุคสมัย
.
ทำให้ผมเชื่อว่า ถ้าคนที่นำเอาหลักการของปู่มาปรับใช้กับระบบตัวเองอย่างจริงจัง เวลาที่ตลาดไม่ดี เขาจะเอาตัวรอดได้ ไม่เจ็บตัวรุนแรงหรือเกิดการขาดทุนหนัก
.
และเมื่อตลาดกลับมาดีจริง หลักการเทรดหุ้นนำตลาดก็จะช่วยให้เขามองเห็นโอกาสใหม่ๆที่น่าสนใจอยู่เสมอ ทำให้ไม่ตกรถและสามารถกลับมาทำกำไรได้ครับ
.

ผมอัพโหลดคลิปลง youtube ไว้แล้วนะครับ ดูแบบเต็มๆกันได้เลย ส่วนสรุปเนื้อหาอยู่ด้านล่างวีดีโอเหมือนเดิมครับ >> 

.

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เวบไซต์ IBD ได้จัดสัมนาออนไลน์ (Webinar) ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โดยมีผู้บรรยายคือ William O’Neil และ Chris Gessel

เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นข้อคิดการลงทุนจากประสบการณ์การเทรดหุ้นกว่า 50 ปี ของ William O’Neil

ผมตื่นมานั่งดูแล้วจดสรุปไว้เลยเอามาแชร์ครับ

(รูปประกอบให้คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่นะครับ)

1

####

– จากประสบการณ์ของ O’Neil เขาพบว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม หุ้นที่เป็น Big Winner ในแต่ละปีก็ยังคงมีลักษณะเช่นเดิมเสมอ โดยปัจจัยหลักที่ขับดันราคาหุ้นก็คือ Earning & Sale Growth และมี Price Pattern (กราฟ) ที่แข็งแกร่ง

9

 

..

– การซื้อหุ้นได้ถูกจังหวะ จะทำให้ได้ต้นทุนต่ำ-ไม่ต้องถือรอนานเกินไป และยังช่วยให้สามารถถือหุ้นผ่านช่วงที่ปรับฐานรอบแรกๆ หลังจากที่ขึ้นมาพอสมควรได้ง่ายขึ้น (keep low avg. cost & buy near base)

ตัวอย่างการสังเกตหุ้นแข็งแกร่ง

: หุ้น price club ในช่วง correction เมื่อตลาดทำ new low แต่หุ้นกลับพักนิ่งๆ และเริ่มทำ new high (ดูรูปประกอบ)

2

 

3

 

4

– ทำไมเส้น Long-Term MA จึงใช้ได้ผล? 

: เพราะสถาบัน-กองทุน จำเป็นต้องทยอยสะสมหุ้นเนื่องจากมีเงินเยอะมาก (ไม่งั้นต้องไล่ราคาสูงเกิน) ดังนั้น การเก็บหุ้นจึงต้องใช้เวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ไม่สามารถซื้อได้ในวันเดียว และสถาบันก็มักจะหาโอกาสรับหุ้นช่วงที่ย่อลงมาแรงๆ

– นอกจากนี้ ที่ Long-Term MA มักจะมี buy support อยู่บ่อยครั้ง เราสามารถใช้เพื่อสังเกตว่า big buyer เช่น สถาบัน กองทุน หรือนักลงทุนรายใหญ่ ยังคงซื้อหุ้นอยู่หรือไม่ที่แนวรับสำคัญต่างๆ

(ช่วงที่ตลาดจะแย่จริง หรืออาจเกิด crisis ก็จะไม่มีใครกล้ารับหุ้น หรือเกิดการขายทิ้งอย่างมากจนรับไม่ไหว ทำให้หุ้นหลุด Long-Term Support ได้)

– โอนีลพยายามที่จะไม่ขายหุ้นเพียงเพราะว่ามันขึ้นมาเยอะ หรือใครๆก็บอกว่ามันแพง แต่เขาจะขายเมื่อราคาหุ้นเริ่มแสดงออกว่ามันจบแนวโน้มแล้วเท่านั้น

– คุณต้องมี sell rule ที่ชัดเจน เพราะเมื่อตลาดจะพัง ไม่ว่าหุ้นดีแค่ไหนก็ตามมันก็ลงได้หมด โดยเฉลี่ยแล้วหุ้นที่เคยเป็น big winner จะตกลงมากกว่า 50% ในช่วงวิกฤตหรือการปรับฐานครั้งใหญ่ (ยังไม่นับหุ้นทั่วไปที่อ่อนแอกว่ากลุ่ม leading stocks อีก)

– ช่วงที่ตลาดกำลัง correction เมื่อทำ new low แล้วเกิดการเด้งกลับอย่างรวดเร็ว เป็นจุดที่เราต้องจับตาดูว่าตลาดจะกลับตัวได้หรือไม่

– ตลาดปัจจุบันโอนีลแนะนำ cut loss ที่ 5-7% และต้องคุมการขาดทุนให้น้อยที่สุด

– โอนีลสอนว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องเรียนรู้ที่จะดูกราฟราคา ถึงแม้ว่าในขั้นตอนการคัดกรองหุ้นเขาจะเริ่มจากพื้นฐานก่อนก็ตาม แต่ว่าหุ้นตัวนั้นต้องมีลักษณะกราฟที่ดูดีด้วยเช่นกัน

– put-call ratio ไว้ใช้ดูจิตวิทยาหมู่ (mass)

– เมื่อไม่มีใครคิดว่าหุ้นจะตก คุณต้องเริ่มระวังตัวให้มาก หรือเมื่อคนส่วนใหญ่เริ่มมองลง ตลาดก็มักจะเริ่มขึ้นเช่นกัน

18

 

 

 

19

 

– จุดที่ Mass เริ่ม panic เหล่าสถาบันจะเข้ามา support เก็บหุ้นอย่างเงียบๆ – การดูภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จะช่วยให้เข้าใจภาพใหญ่ของประเทศ-ตลาดได้มากขึ้น รวมถึงมุมมองของเหล่าสถาบันต่างๆ

– Bear Market จะสิ้นสุดเสมอ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะนาน 6 เดือน 1 ปี หรือหลายปี เมื่อประเทศเกิด catalyst ใหม่ๆ เช่น นวัตกรรมใหม่ต่างๆ การที่ตลาดหุ้น us กลับมาได้เสมอก็เพราะศักยภาพของประเทศ – บริษัทเอกชน

– Buy Low, Sell High นั้นฟังดูดี และอาจจะใช้ได้กับ paper trading แต่เมื่อคุณเข้ามาเล่นหุ้นจริงๆจะพบว่า การซื้อหุ้นแล้วราคาตกลงไปอีกมากๆนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดถ้าจะทนถือดูหุ้นตกลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น พยายามอย่าติดดอยหุ้น

– เราชอบการปรับฐาน เพราะมันเป็นโอกาสดีที่จะได้มองหาหุ้นที่มีโอกาสเป็น big winner ตัวใหม่ และเราก็ไม่ติดดอยหุ้นแน่ๆ

– Market Collapse มักจะทำให้คนกลัวและหนีออกจากตลาดหุ้น แต่นั่นคือช่วงเวลาที่คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อเตรียมตัวจับ big winner ตัวแรกๆเมื่อตลาดเริ่มกลับมา

– ถ้าคุณศึกษาประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น หลังจาก Correction แรงๆ ก็มักจะตามมาด้วย New High เสมอ

– Sector Rotation เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นประจำในช่วงขาขึ้น การสังเกต Volume และกราฟของหุ้นแต่ละกลุ่ม จะช่วยให้รู้ได้ว่าตอนนี้เงินเริ่มไหลไปเข้ากลุ่มไหน

..

– พูดถึง HFT (High-frequency trading) ในปัจจุบัน โอนีลบอกว่า ‘Doesn’t effect big winner’

กล่าวคือ HFT อาจกระทบกับราคาในระยะสั้น เช่น ช่วงที่หุ้นเพิ่ง breakout แต่ system เหล่านี้ก็มีมา 10-20 ปีแล้ว ทำให้โอนีลมองว่าไม่ต่างจากในอดีตมากนัก นอกจากนี้ การเป็นรายย่อยก็จะได้เปรียบเพราะ HFT ไม่มีผลอะไรกับแนวโน้มระยะยาวของหุ้น แถมบางครั้งอาจเป็นโอกาสให้เราไปรับหุ้นเวลาที่พวก HFT เขา panic กัน

“Market is bigger than any HFT”

– เรื่องการเทรดแล้วต้องเสียภาษี โอนีลไม่กังวลเลยเรื่องการเสียภาษี เพราะถ้าคุณทำเงิน-ทำกำไรได้ คุณก็ควรเสียภาษีบ้างสิ!

– 6 เดือนหน้าเจอกันใหม่

“Learning to invest is a lifelong skill no one can ever take away from you. If you’re just starting out, remember the best way to succeed is to never give up”

– William J. O’Neil

….

Blog 47 : สรุปเนื้อหาสัมนา “‘IBD 30 Years’ – Past, Present, and Future Market Leaders”

www.sarut-homesite.net

18 พ.ค. 2014

One comment to “Blog 47 : สรุปเนื้อหาสัมนา “IBD 30 Years’ – Past, Present, and Future Market Leaders””

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.