‘ถือลูกเทนนิสและขายไข่ทิ้งไป’ : โดย Mark Minervini

มันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องเรียนรู้วิธีแยกแยะความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่ปกติกับพฤติกรรมที่ผิดปกติของราคาหุ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณควรถือหุ้นไว้ต่อไป และเมื่อไหร่ที่คุณควรขายหุ้นออกไป

ย้อนไปในช่วงยุค 1980 ผมมีโอกาสฟัง William M. B. Berger (ผู้ก่อตั้งกองทุน Berger Funds) พูดเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น

Bill กล่าวประโยคที่สำคัญมากคือ “ผมต้องการถือลูกเทนนิส ไม่ใช่ไข่” ซึ่งมันได้กลายเป็นคำพูดที่มีค่ามากสำหรับผม

หลังจากที่หุ้นวิ่งขึ้นผ่านจุดกลับตัว (pivot point) และเกิดสัญญาณซื้อตามระบบของผมแล้ว ผมจะคอยจับตาดูหุ้นตัวนั้นอย่างใกล้ชิดว่ามันมีอาการอย่างไรบ้าง

การประเมินว่าหุ้นตัวนั้นเป็นลูกเทนนิสหรือไข่ จะช่วยบอกคุณได้ว่าคุณควรถือมันไว้ต่อไปหรือไม่ โดยทั่วไปหลังจากที่หุ้นวิ่งขึ้นไปจนถึงจุดหนึ่ง ราคาหุ้นจะมีการย่อตัวหรือ pullback ในระยะสั้น

หากหุ้นตัวนั้นแข็งแกร่งจริง การย่อตัวจะกินเวลาสั้นๆและไม่นานก็จะมีแรงซื้อสนับสนุนเข้ามาใหม่ ซึ่งควรจะผลักดันให้หุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ภายในไม่กี่วัน

นี่เป็นลักษณะการเด้งกลับเหมือนลูกเทนนิส

ปกติแล้วอาการเหมือนลูกเทนนิสจะเกิดขึ้นหลังจากที่หุ้นย่อตัวลงมา 2-5 วัน หรืออาจจะย่อ 1-2 สัปดาห์ แล้วถึงตามด้วยช่วงที่ราคาหุ้นเด้งกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และวิ่งขึ้นทะลุจุดสูงสุดครั้งล่าสุดได้

สิ่งนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญเมื่อมันเกิดขึ้นหลังจากที่หุ้นวิ่งขึ้นจากฐานราคาที่ดี

วอลุ่มเทรดควรลดลงในช่วงที่หุ้นกำลังย่อตัว และกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อหุ้นเริ่มเด้งและวิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ นี่เป็นวิธีการที่คุณจะประเมินได้ว่าหุ้นตัวนั้นเกิดการย่อตัวตามธรรมชาติ (ปกติ) หรือมีอาการผิดปกติที่ทำให้คุณควรระมัดระวัง

หลังการเบรกเอาท์ออกจากฐานที่ดี หุ้นที่กำลังถูกนักลงทุนสถาบันสะสมมักจะมีแรงซื้อสนับสนุนเป็นเวลาหลายวันไปจนถึง 2-3 สัปดาห์ ในช่วงที่หุ้นย่อตัว 1-2 ครั้งแรกอยู่เสมอ

บ่อยครั้ง หุ้นจะวิ่งขึ้นผ่านจุดซื้อแล้วย่อลงมาบริเวณแนวเบรกเอาท์หรืออาจจะต่ำกว่าแนวเบรกเล็กน้อย (พบได้ประมาณ 40-50% ของการเบรกเอาท์) อาการนี้ยังถือว่าปกติตราบใดที่ราคาหุ้นสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันหรืออาจจะ 1-2 สัปดาห์

ปฏิกิริยาเล็กๆน้อยๆหรือการย่อตัวของหุ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ และเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนในระหว่างการวิ่งขึ้นรอบใหญ่ของหุ้น

บางครั้งดัชนีตลาดกำลังติดลบอย่างหนักตอนที่หุ้นเพิ่งเบรกเอาท์ออกจากฐาน และมีผลกดดันให้ราคาหุ้นย่อตัวลงมาด้วย

ในระหว่างการย่อตัวนี้เองที่คุณจะสามารถเห็นได้ชัดว่า หุ้นตัวนั้นเป็นของจริงหรือไม่

มันสามารถเด้งกลับเหมือนลูกเทนนิส (รูปที่ 1-3 ถึง 1-5) หรือมันร่วงลงแล้วแตกเละเหมือนไข่?

หุ้นตัวที่ดีที่สุดมักจะเด้งกลับมาได้เร็วที่สุด โดยปกติหลังจากที่ผมซื้อหุ้น ถ้าหุ้นขึ้นไปถึงเป้าของผมอย่างรวดเร็วและมีอาการเหมือนลูกเทนนิส ผมมักจะถือมันไว้นานขึ้น

ซึ่งนี่ไม่ใช่การตัดสินใจแบบสุ่ม แต่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการเทรดของผม

รูปที่ 1-3 หุ้น Green Plains (GPRE) ปี 2013 +150% ในเวลา 8 เดือน หุ้นเบรกเอาท์ออกจากฐาน , ย่อตัวลงมา 9 วัน (ย่อตัวตามธรรมชาติ) , แล้วถึงเด้งกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่พร้อมวอลุ่มเทรดที่เพิ่มขึ้น (อาการเหมือนลูกเทนนิส)

รูปที่ 1-4 หุ้น Netflix (NFLX) ปี 2009 +525% ในเวลา 21 เดือน หุ้นเบรกเอาท์ออกจากฐาน 6 เดือน และมีการย่อตัวลงสั้นๆ 5 วัน และ 7 วัน ตามลำดับ ก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้

รูปที่ 1-5 หุ้น Lululemon Athletica (LULU) ปี 2010 +245% ในเวลา 18 เดือน หลังเบรกเอาท์ออกจากฐาน double bottom ที่ระบุได้ชัดเจน หุ้นมีการย่อตัวสั้นๆใน 2 ครั้งแรก ก่อนที่จะพุ่งทะยานขึ้นไปทำจุดสุงสุดใหม่

*ตัวอย่างจากหนังสือ Think & Trade Like a Champion ภาษาไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.