ต้มตุ๋นสไตล์ Ponzi‏ : วรากรณ์ สามโกเศศ

ชื่อของ Ponzi นักต้มตุ๋นชื่อดังระดับโลกที่ตายไปนานแล้วถูกนำมากล่าวถึงอีกครั้ง
เมื่อ Bernard Madoff นักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาถูกจับในข้อหาคดโกง 
โดยใช้วิธีการของ Ponzi 
Madoff ต้มตุ๋นนักลงทุนเป็นเงินถึง 50,000 ล้านเหรียญ (1.9 ล้านล้านบาท)
ซึ่งถือได้ว่าเป็นการต้มตุ๋นหลอกลวงให้คนมาร่วมลงทุนครั้งใหญ่สุดที่กระทำโดยบุคคลเดียว
ข่าวจับ Madoff ดังไปทั่วโลกเพราะเขาเคยเป็นถึง Chairman ของ Nasdaq Stock Exchange
(ตลาดหุ้นของเหล่าบริษัทไฮเทคในสหรัฐอเมริกา)
และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทใหญ่ของวอลล์สตรีต ชื่อ Bernard L.Madoff Investment Securities
และเป็น Chairman ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1960 จนถึงวันถูกจับเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2008
Madoff เข้าปิ้งเพราะลูกชาย 2 คน เป็นคนบอกเอฟบีไอ (FBI)
ให้จับทันทีที่รู้ว่าพ่อเป็นนักต้มตุ๋นระดับยักษ์ของโลก
ข้อความที่เขาสารภาพกับลูกชาย,ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท,ตลอดจนที่ปรึกษาก่อนหน้าถูกจับหนึ่งวันก็คือ
"โดยพื้นฐานแล้วมันก็คือ Ponzi Scheme ขนาดยักษ์ดีๆ นี่เอง"
ศพ Ponzi ถูกขุดขึ้นมาชำแหละอีกครั้งหลังจากข่าวเรื่อง Madoff แพร่กระจายออกไป
พูดง่ายๆสั้นๆ Ponzi Scheme ก็คือวิธีการของ Ponzi 
ซึ่งก็คือวิธีการเดียวกันกับของ แชร์แม่ชม้อย และแม่นกแก้วของบ้านเราในอดีตนั่นแหละ 
 
Ponzi Scheme ทำงานโดยการชักนำให้คนมาลงทุนโดยประกาศให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ 
แต่เงินที่ได้มานั้นก็มิได้นำไปลงทุนจริง 
หากเพียงแต่เอาเงินที่คนมาลงทุนใหม่หมุนจ่ายเป็นผลตอบแทนให้คนเก่า 
หมุนไปเรื่อยๆ โดยเงินลงทุนส่วนหนึ่งก็เข้ากระเป๋าผู้ก่อการ 
เมื่อได้จังหวะก็หายตัวไปพร้อมกับเงิน หรือไม่ก็วงพังลง 
หรือทางการเข้ามาจับกุม แต่ก็หลังจากเงินส่วนหนึ่งถูกดูดออกไปแล้ว
การลงทุนสไตล์ Ponzi นี้ต้องพังลงแน่นอน
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ที่เงินใหม่เข้ามาไม่ทันเงินที่ต้องจ่ายเป็นผลตอบแทน
และเหตุที่ต้องจ่ายผลตอบแทน ก็เพื่อดึงดูดเงินลงทุนใหม่ให้เข้ามา 
ผู้ก่อการของ Ponzi Scheme จะชักชวนให้ผู้ลงทุนเอาผลตอบแทนไปลงทุนต่อ
เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระสำหรับตนเองในการจ่ายเงินออก
อีกทั้งหลอกได้ทั้งเงินต้นและผลตอบแทนที่ไม่ต้องจ่าย 
การชักชวนมักได้ผลเพราะความโลภ นักลงทุนก็จะเห็นแต่ตัวเลขที่ผู้ก่อการส่งมาให้ว่ามันสูงขึ้นมากเพียงใด 
และมันก็เป็นเพียงตัวเลขจริงๆ เพราะผู้ก่อการจะหายตัวไปพร้อมกับเงินจริงในเวลาต่อมา
Charles Ponzi ผู้เป็นที่มาแห่งชื่อ Ponzi 
เป็นคนอิตาลีโดยกำเนิด อพยพมาสหรัฐอเมริกาในปี 1903 
 
เขามาจากครอบครัวที่มีฐานะดีของเมืองปาร์มา ในอิตาลี
เขาเคยเรียนใน University of Rome La Sapienza 4 ปี แต่ไม่จบเพราะเอาแต่สนุกสนาน
Ponzi มาถึงสหรัฐในปี 1903 ด้วยเงินเพียง 2 เหรียญ 50 เซนต์ ในกระเป๋า
เขาทำงานหลายอย่าง เป็นทั้งคนล้างจาน พนักงานเสิร์ฟอาหาร
ในปี 1907 เขาย้ายไป มอนทรีออล ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา
ไปทำงานเป็นผู้ช่วยเทลเลอร์ของธนาคารเปิดใหม่
และที่นี่เอง เขาได้เห็นเจ้าของธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าที่อื่น 
ถึงแม้ธนาคารอยู่ในฐานะง่อนแง่น เพราะมีหนี้เสียในอสังหาริมทรัพย์มาก 
เขาเห็นการเอาเงินฝากใหม่ มาจ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินฝากให้อีกบัญชีหนึ่ง 
และเมื่อถึงจุดหนึ่งเจ้าของก็เชิดเงินหายไป
Ponzi ทนลำบากอยู่ในแคนาดาพักหนึ่ง ก็คิดหาเงิน
โดยปลอมลายมือ เซ็นเช็คของเจ้าของธุรกิจที่เป็นลูกค้าเก่าของธนาคารรายหนึ่ง
เขาติดคุกอยู่ 3 ปี เมื่อออกมาก็ตัดสินใจกลับอเมริกาและก็ไปติดคุกอีก 2 ปี
..เนื่องจากร่วมกับพรรคพวกแอบลักลอบคนเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ในคุกเขาได้เรียนรู้วิธีหาเงิน จากนักธุรกิจใหญ่ของวอลล์สตรีตคนหนึ่ง
เมื่อออกจากคุก เขาก็เห็นช่องทางหาเงินอย่างงามจากการค้าขายคูปองซื้อแสตมป์ข้ามประเทศ
เขาชักชวนเพื่อนฝูงมาลงทุนในบริษัทของเขาชื่อ Securities Exchange Company 
โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 50 ในเวลาลงทุน 45 วัน 
(ผลตอบแทนเท่าตัวในเวลา 90 วัน)
เมื่อเขาทำได้จริงผู้คนก็แห่กันมาลงทุนกับเขา
จากที่เขาเริ่มทำธุรกิจจริงที่ให้ผลตอบแทนดี ก็กลายเป็นการต้มตุ๋นไป 
Ponzi เกิดไอเดียที่จะหาเงินเข้ากระเป๋าง่ายๆ และได้ผลตอบแทนสูงมากด้วย Ponzi Scheme 
เขาจ้างเอเย่นต์ระดมเงินทุนให้เขา เงินก็ไหลเข้าราวสายน้ำ ผู้คนบ้าคลั่งเพราะเขาจ่ายเงินได้จริงๆ 
ในช่วงจุดสูงสุดในปี 1920 เงินไหลเข้าวันละ 250,000 เหรียญสหรัฐ
Ponzi ร่ำรวยมากในเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น
เขาซื้อบ้านหลังใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศ และสระว่ายน้ำที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าหรูสุดสุด
หนังสือพิมพ์ในเมืองบอสตัน ซึ่งเขาใช้เป็นที่ประกอบกิจการเริ่มสงสัยว่า
เขานำเงินไปลงทุนอะไรจึงได้ผลตอบแทนสูงเช่นนั้น และก็พบความจริงว่าเป็นการต้มตุ๋น 
จึงมีบทความทยอยเตือนผู้ลงทุน 
และการที่เขาไม่ลงทุนในบริษัทของตัวเองทำให้น่าสงสัยยิ่งขึ้น 
เมื่อสืบสวนสักพักความก็แตกว่าบริษัทเขามีแต่ลม 
ผู้คนแตกตื่นมาถอนเงิน ในเวลาเพียง 3 วัน Ponzi จ่ายเงินคืนผู้ลงทุน 2 ล้านเหรียญ
แต่เขาก็ใจเย็น เอากาแฟ โดนัท มาเลี้ยงคนคอยถอนเงินหน้าบริษัท
..จนบางคนเปลี่ยนใจเอาเงินคืนให้ไปลงทุนอีก.. 
ในที่สุดในเดือนสิงหาคม 1920 เขาก็ถูกจับข้อหาต้มตุ๋น
ยอดเงินที่เขายักยอกไปมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านเหรียญ
ผู้ฝากเงินหลายคนโกธรแค้นทางการที่จับเขา
หลายคนยังเชื่อใจในตัวเขาว่าเป็นฮีโร่ทำเงินให้ผู้ลงทุนมากมาย 
Ponzi ติดคุกอยู่ 3 ปีครึ่งก็ได้ประกันตัว
และก็หนีประกันไปรัฐอื่นอีกหลายรัฐ ต้มตุ๋นด้วยการลงทุนคล้ายกัน
เขาถูกจับอีกครั้งและถูกเนรเทศในปี 1934 
ในอิตาลี Ponzi ก็ต้มตุ๋นด้วยวิธีเดียวกันไปเรื่อยๆ
ในปี 1949 เขาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถและอย่างยากจน 
มีตาเหลือเพียงข้างเดียวและเป็นอัมพาต เขาตายในโรงพยาบาลการกุศลในบราซิล 
เขามิได้เป็นคนแรกที่คิดวิธีต้มตุ๋นนี้
Charles Dickens นักประพันธ์เอกของโลก
บรรยาย Ponzi Scheme ในนวนิยายชื่อ Martin Chuzzlewitt
ตีพิมพ์ในปี 1844 ซึ่งเป็นเวลา 38 ปีก่อน Charles Ponzi เกิด
หลังจาก Ponzi ตาย จนถึงปัจจุบัน.. 
Ponzi Scheme ถูกนำมาใช้ต้มตุ๋นอีกนับร้อยนับพันครั้งในประเทศต่างๆทั่วโลก.. 
และจะมีอีกมากครั้งในอนาคต ตราบที่ยังมีคนโลภมากอย่างขาดเหตุผลอยู่ในโลกนี้...
'ต้มตุ๋นสไตล์ Ponzi'
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ  
มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11282 
29 มกราคม 2552
,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.