Blog 66 : ความแข็งแกร่งของบริษัทในตลาดหุ้น

.

TABs-5-Keys-to-Controlled-Business-Growth

ในช่วง 1-2 ปีมานี้หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ยังดูไม่ดีนักแต่หุ้นหลายตัวกลับวิ่งขึ้นเยอะมาก?

ที่จริงแล้ว ในการเล่นหุ้นเราควรเริ่มจากการวิเคราะห์เจาะลึกหุ้นเป็นรายตัว เพราะในแต่ละปีก็จะมีหลายบริษัทที่เก่งและแกร่งจริง สามารถเติบโตได้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ถ้าเรามัวแต่สนใจภาพใหญ่ (macro) หรืออ่านข่าวร้ายมากๆ ก็จะทำให้เราเป็นคนที่วิตกกังวลและกลัวอยู่ตลอดเวลา จนทำให้มองไม่เห็นโอกาสในหุ้นของบริษัทจำนวนมากที่แนวโน้มกำไรยังโตได้ดี รวมถึงมีกราฟราคาที่แข็งแกร่งแบบไม่สนใจภาวะเศรษฐกิจหรือข่าวร้ายที่มากระทบตลาดเลย

นอกจากนี้ต้องไม่ลืมด้วยว่า บริษัทที่เข้ามาอยู่ในตลาดหุ้น (ไม่นับหุ้นปั่น บริษัทห่วยๆ) มักจะมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีกว่าบริษัทขนาดกลาง-เล็กทั่วไป (SME) ทำให้เวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี กลับเป็นโอกาสให้หลายบริษัทในตลาดหุ้นสามารถขยาย market share – เพิ่มรายได้ของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคู่แข่งล้มหายไป หรือมีกลยุทธ์และทรัพยากรที่ได้เปรียบกว่า

จากงบของกลุ่มธนาคารที่เพิ่งประกาศออกมา จะเห็นว่า Q1 ยังไม่ดีนัก NPL เพิ่มเกือบทุกแบงก์หลักๆก็มาจากสินเชื่อ SME ซึ่งแสดงว่าธุรกิจขนาดกลาง-เล็กยังไม่ดี กลุ่มนี้คงต้องรอให้เศรษฐกิจฟื้นจริงก่อน

เวลาเศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจ SME ที่ความสามารถในการแข่งขันสู้บริษัทในตลาดหุ้นไม่ได้ ก็มีโอกาสล้มง่ายกว่า สะท้อนใน NPL SME ที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยู่

แต่เมื่อมาดูหุ้นกลุ่มบัตรเครดิตที่เพิ่งประกาศงบออกมาดีขึ้น จากยอดใช้จ่ายบัตรเพิ่มขึ้น และ NPL ธุรกิจบัตรเครดิตก็ลดลง

แสดงว่าการบริโภคในประเทศกับการท่องเที่ยวยังโตได้ดีอยู่ ผู้คนยังชอปปิ้ง กิน เที่ยว ใช้จ่ายกันพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไป

หุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคในประเทศและภาคบริการ เช่น ค้าปลีก ห้าง มือถือ-คอม-กล้อง โรงพยาบาล โรงแรม-สายการบิน โรงไฟฟ้า ฯลฯ ก็เลย outperform กันในช่วงที่ผ่านมา

เท่าที่ผมอ่านดูงบ Q1 ก็น่าจะดีขึ้นกันเป็นส่วนใหญ่ ถือว่าสอดคล้องกันทั้งกราฟราคาหุ้นกับแนวโน้มธุรกิจ

สรุปแล้วหากมองหุ้นเป็นรายตัว เราจะยังเห็นโอกาสลงทุนอยู่ตลอดทุกปี สิ่งสำคัญที่ต้องเราติดตามจริงๆก็คือ ข้อมูลพื้นฐานและข่าวที่เกี่ยวกับบริษัท , ประเมินแนวโน้มธุรกิจ ประกอบกับการสังเกตกราฟของหุ้นที่เราสนใจอยู่เป็นประจำ

ถ้าลองไปดูตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐ ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจหรือ GDP ประเทศเค้าจะไม่ได้เติบโตสูงมากนัก แต่ทุกปีก็จะมีหุ้นรายตัวจำนวนมากที่ให้ผลตอบแทนสูง (มากกว่า 50-100% ใน 1 ปี) เพราะบริษัทเกิดใหม่หรือบริษัทที่มีนวัตกรรม และอยู่ในช่วง growth stage ก็ยังคงเติบโตกันได้ดีอยู่

ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค จึงแทบไม่ส่งผลใดๆกับบริษัทที่เก่งและแกร่งจริง นอกจากจะทำให้ราคาหุ้นตกลงมาบ้างในช่วงที่คน panic กันจากข่าวร้ายต่างๆ

ดังนั้น ถ้าหุ้นที่เราสนใจยังไม่มีสัญญาณอันตรายอะไรก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล เพราะถ้าเกิดตลาดจะพังหรือหุ้นจะลงรุนแรงจริง เราก็เพียงแค่ stop ขายออกมาตามจุดที่วางแผนไว้

เมื่อเรามีระบบการคัดเลือกหุ้นที่ดีและการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสมแล้ว ก็จะสามารถหาหุ้นเล่นและเอาตัวรอดอยู่ในตลาดไปได้เรื่อยๆในระยะยาวครับ…

*โพสนี้เขียนเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2016 เป็นการวิเคราะห์คร่าวๆจากพื้นฐานและกราฟหุ้นรายตัว ต้องรอดูช่วงประกาศงบกันอีกทีว่าส่วนใหญ่งบจะออกมาดีจริงมั้ยครับ

*อัพเดต 12 พ.ค. 2016 หุ้นหลายตัวประกาศงบออกมาค่อนข้างดี ถือว่าสมกับราคาหุ้น

Blog 66 :  ความแข็งแกร่งของบริษัทในตลาดหุ้น

www.sarut-homesite.net

12 พฤษภาคม 2016