Microfinance ทางออกของความจน และหนี้นอกระบบของคนไทย : สรสิช ศรีใจภา

เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้อ่านข่าวที่ทำให้ผม “ดีใจ” เอามากๆ นั่นคือการที่รัฐบาลประกาศปูรากฐาน Microfinance เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในระยะยาว ถ้าเคยติดตามบทความของผมมาบ้างจะรู้ว่าผมชอบแนวคิดของ ยูนุส เจ้าของแนวคิด Microfinance และ Social business enterprise เป็นอย่างมาก ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ข่าวนี้ทำให้ผมสนใจมากขนาดไหน

ผมเองก็เคยคิดว่าระบบนี้อาจจะใช้กับประเทศไทยเราไม่ได้ ก็คนไทยหนะเหมือนชาวโลกประเทศอื่นซะที่ไหนหละครับ (ไม่ทำอะไรก่อน รอคนมาป้อน ไม่พอใจก็ประท้วง บลาๆๆ ด่าคนประเทศตัวเองได้อีกเพียบเลยครับ แต่หยุดแค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ใช่คนไทยเอา = =) แต่ท้ายที่สุดมันก็ต้องลองกันก่อนถึงจะรู้

ต้องให้โอกาสรัฐบาลพิสุจน์ว่าแนวคิดนี้ใช้ได้หรือไม่ แน่นอนว่าตอนที่รัฐบาลประกาศจะใช้นโยบายนี้ ก็มีคนออกมาว่าออกมาบอกว่าใช้ไม่ได้หรอก บลาๆๆ ว่ากันไป แต่ผมกลับคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่นอกจากจะใช้แก้ไขปัญหาที่คนจนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากแล้ว ยังจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้อีกด้วย

แหล่งเงินทุนที่คนจนหาได้ง่ายที่สุดคือเงินกู้นอกระบบ ที่ดอกเบี้ยแพงมหาศาล และยาก(มากถึงมากที่สุด)ที่จะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้นได้ แต่คนจนก็ไม่มีทางเลือกมากนัก สุดท้ายก็ต้องใช้เงินกู้นอกระบบต่อไป

นโยบายนี้จึงเป็นทางออกอย่างหนึ่งในการช่วยให้ลูกหนี้ทั้งหลายทำให้หนี้ตัวเองเข้าสู่ระบบของรัฐ ให้มาอยู่ในอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลและไม่ต้องมีใครมาตามทวง(กระทืบ) เวลาถึงกำหนดคืนเงิน แถมนโยบายนี้ยังไม่ใช่นโยบายระยะสั้นที่ผมไม่ชอบ อย่างแจกเงินให้ไปใช้หนี้ หรือชำระหนี้แทนอีกด้วย เพราะการจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ต้องมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยต้องไม่หวังผลทางการเมืองระยะสั้น(นโยบายประชานิยม)

Microfinance เป็นการมอบโอกาสทางการเงินให้กับคนจนที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก แนวคิดนี้เป็นแนวคิดป้องกันมากกว่าแนวคิดแก้ไข (ซึ่งถูกใจผมมากเพราะคนไทยชอบแก้ไขมาแต่ไหนแต่ไร) เพราะว่าเป็นการสอนให้คนจนได้บริหารเงินของตนมากกว่าจะรอรับเงินคนอื่นมาใช้

ตามแนวคิดของยูนุสที่ว่า โลกจะไม่มีปัญหาความยากจน ถ้าเราสามารถทำให้คนจนเข้าใจและกลายเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวม พัฒนาความเข้มแข็งและนำไปสู่การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมไทยทุกระดับ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมลงอีกด้วย

อีกหนึ่งข่าวดีที่ผมได้อ่านเจอก็คือการประกาศเพิ่มเงินเดือนของภาครัฐ นี่แหละ!! นี่แหละครับแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะจะช่วยไม่ให้คนเก่งๆไปทำงานภาคเอกชนกันเสียหมด แม้ว่าจะเพิ่มให้เท่าเลยทีเดียวไม่ได้ แต่จะค่อยๆปรับไปให้เท่าภายใน 5 ปี

ผมก็ได้แต่หวังว่านโยบายดีๆอย่างนี้จะได้รับโอกาสจากคนไทยด้วยกันนะครับ อย่าให้คนที่ไม่พอใจรัฐบาลหรืออะไรก็แล้วแต่มาขัดขวางการก้าวหน้าของประเทศเราเลยครับ

สุดท้ายผมก็หวังว่า นโยบายดีๆเหล่านี้จะออกมาดี และช่วยแก้ไขความยากจนในประเทศเราอย่างยั่งยืน จะได้แค่ไหนเราก็ต้องมาติดตามกันดูหละครับ

####

บทความอ่านประกอบ

มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) เจ้าของแนวคิดธนาคารเพื่อคนจน และรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2006

“กู้โลกด้วยโยเกิร์ต” กับแนวคิด Social Business Enterprise ของ Muhammad Yunus

ไมโครเครดิต : จันทร์เพ็ญ กิตติเวทย์วิทยา

Microfinance ทางออกของความจน และหนี้นอกระบบของคนไทย

Our Columnist @ www.sarut-homesite.net

สรสิช ศรีใจภา (PoomCTP)

22 ส.ค. 2553

7 comments to “Microfinance ทางออกของความจน และหนี้นอกระบบของคนไทย : สรสิช ศรีใจภา”
  1. มันก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆนะคับ ถ้าโครงการนี้ของรัฐบาลจะถูกพลักดันให้เป็นโครงการชูโรง (นอกจากโครงการผักชีโรยหน้าทั้งหลายที่พวกท่านกำลังกระทำกันอยู่ อย่างขมักเขม้น!) microfinance มันไม่ใช่โครงการประเภทที่จะปล้นคนรวย ปรนเปรอคนจนเหมือนโครงการเอื้ออาทรอื่นๆ เพราะฉะนั้นคนมีเงินทั้งหลายไม่ต้องเป็นห่วงนะคับ ไม่ต้องคัดค้านด้วย ปล่อยให้คนกลุ่มอื่นเค้ามีที่ยืนในสังคมบ้างนะคับ

  2. แล้วใครที่เคยบอกว่า ไม่เอาประชานิยม
    สุดท้ายก็ทำซะเอง

  3. เอ่อ… Microfinance มันไม่ใช่นโยบายประชานิยมนะครับ เป็นการให้กู้แก่คนจนครับ ไม่ใช่เอาเงินไปโปรย (แบบที่เคยทำ)ซึ่งได้พิสูจว่าใช้ได้จริงมาแล้วสำหรับในกรณีของ Grameen Bank

    แล้วถึงนโยบายอื่นๆของรัฐบาลชุดนี้จะมีความเป็นประชานิยมอยู่มาก ก็เป็นเรื่องปรกติครับ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้ต้องมีการออกนโยบายที่จะกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น
    ในเหตุผลอีกส่วนนึง เราคงต้องยอมรับว่า สมัยนี้รัฐบาลพรรคใดๆก็ตามย่อมต้องใช้นโยบายประชานิยมในการรักษาเสียงของตนเอง เพราะว่าถ้าตัวเองไม่ทำ แล้วพรรคอื่นทำขึ้นมา ก็จะทให้เสียคะแนนนิยมได้เยอะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูกันว่า นโยบายเพิ่มเติมส่วนอื่นของรัฐบาลนี้ดีรึเปล่า

    ผมว่าบางอย่างมันไม่จบแค่ว่า “เคยบอกว่าไม่เอา ในอนาคตก็ไม่ควรทำเอง” หรอกครับ เพราะบางครั้งสถานการณ์มันก็แตกต่างกัน

  4. อย่างที่คุณ paul ว่าทุกประการเลยแหละครับ ตัวผมกลัวว่ามันจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าทุกรัฐบาลตองใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งมันไม่ได้มีผลดีกับประเทศในระยะยาวเลยครับ ในความคิดของผม microfinance นี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับนโยบายประชานิยมเลยนะครับ เป็นการวางรากฐานเพื่อสังคมระยะยาวมากกว่า เพื่อให้คนจนได้มีที่ยืนทางสังคมอย่างที่คุณ arm ว่าแหละครับ ^^

  5. เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ ติดตามมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
    แต่เท่าที่เคยอ่านเรื่องของ ดร.มูฮ้มหมัด ยูนูส
    เค้าเป็นคนที่คิดอยากจะทำเพื่อคนยากจนจริงๆ
    คิดว่าตรงนี้คือประเด็นค่ะ จะมีใครบ้างไหมที่คิดจะทำเพื่อพวกคนยากจนเหล่านั้นจริงๆ แต่คนจนในบ้านเราก็มีหลายแบบนะคะ มีทั้งที่ขวนขวาย กับบางพวกที่คิดแต่ในทางทุจริต
    แต่ถึงยังไง ก็ยังอยากให้มีไมโครไฟแนนซ์เกิดขึ้นจริงในเมืองไทยค่ะ ขอเป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนค่ะ

  6. ก็มีหลายแบบนะคะ มีทั้งที่ขวนขวาย กับบางพวกที่คิดแต่ในทางทุจริต

    เห็นด้วยเลยครับคุณ YummY

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.