อย่ากลายเป็น ‘นักลงทุนระยะยาวโดยไม่ตั้งใจ’ : โดย Mark Minervini

นักลงทุนเกลียดที่จะยอมรับความผิดพลาด ดังนั้น พวกเขาจะพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเวลาที่ทำพลาด

มือสมัครเล่นจะเปลี่ยนตัวเองไปมาระหว่างการเป็น “เทรดเดอร์” เมื่อพวกเขาคิดถูก กับการเป็น “นักลงทุนระยะยาว” เวลาที่พวกเขาคิดผิด

เมื่อสิ่งใดก็ตามที่เริ่มต้นจากมุมมอง “เทรด” วิ่งสวนทางกับพวกเขาและเริ่มส่งผลขาดทุน

ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนักลงทุนระยะยาวแทน

พวกเขาคือกลุ่มคนที่ Jesse Livermore เรียกว่า “นักลงทุนระยะยาวโดยไม่ตั้งใจ”

ซึ่งได้แก่คนที่เก็บเกี่ยวผลกำไรได้ทีละเล็กน้อย แต่จะมีผลขาดทุนครั้งใหญ่เป็นจำนวนมาก

ซึ่งแน่นอนว่ามันตรงข้ามกับสิ่งที่คุณต้องการทำให้ได้

ไม่มีใครสามารถรู้ได้อย่างแน่นอนว่า ราคาหุ้นจะตกลงมาเท่าไหร่แล้วถึงเด้งกลับขึ้นไปสูงกว่าเดิม

คุณสามารถบอกได้ไหมว่าการที่ราคาหุ้นร่วงลงมา 10-15% นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการร่วงลงไปอีก 50-60% หรือแย่กว่านั้น? คุณบอกไม่ได้!

และถ้าคุณรู้ว่าหุ้นของคุณกำลังจะร่วงลง คุณจะซื้อมันตั้งแต่แรกไหม? แน่นอนว่าคงไม่ซื้อ!

โดยเฉลี่ยแล้วเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะคิดถูกประมาณแค่ 50% ของหุ้นที่คุณซื้อ

เทรดเดอร์ที่เก่งมากอาจจะเลือกหุ้นได้ถูกตัวถึง 60-70% ในช่วงที่ภาวะตลาดแข็งแรง

อันที่จริง คุณสามารถเลือกหุ้นถูกตัวแค่ 50% และสามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้

แต่คุณต้องรักษาผลขาดทุนให้เล็กน้อยและหลีกเลี่ยงจากการกลายเป็นนักลงทุนระยะยาวโดยไม่ตั้งใจ

คุณสามารถทำเงินได้จากหุ้นเพียงตัวเดียวจาก 3 ตัวที่คุณเลือก แต่คุณจะต้องขายตัวที่ขาดทุนไปก่อนที่ผลขาดทุนจะลุกลามมากเกินไป จนทำให้พอร์ตลงทุนของคุณไม่สามารถเติบโตได้

คุณต้องหลีกเลี่ยงการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพื่อที่จะอธิบายว่า ทำไมคุณถึงควรถือหุ้นที่ขาดทุนเอาไว้ต่อไป

คุณควรกำหนดไว้ล่วงหน้าเสมอเลยว่า ราคาไหนที่จะตั้งไว้เป็นจุดตัดขาดทุน

หลังจากนั้นให้จดมันเอาไว้ แปะใส่กระดาษโพสอิทหรือตั้งโปรแกรมเทรดให้แจ้งเตือนคุณเมื่อราคาหุ้นร่วงลงมาถึงจุดนั้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งจุดตัดขาดทุนไว้กับโบรกเกอร์เพื่อให้หุ้นของคุณถูกขายโดยอัตโนมัติทันที่ราคาร่วงลงมาถึงจุดนั้น

สิ่งสำคัญคือการที่คุณต้องตัดขาดทุนทันทีโดยไม่มีการลังเล

หลังจากนั้น เมื่อคุณกลับมาวิเคราะห์ผลการเทรดของคุณ คุณอาจจะตัดสินใจปรับเปลี่ยนสำหรับการเทรดครั้งต่อไป

คุณอาจจะตัดขาดทุนบ่อยเกินไปเพราะจุด stop ของคุณนั้นแคบเกินไป หรือ ผลขาดทุนของคุณใหญ่เกินไปเพราะจุด stop ของคุณอยู่ไกลเกินไป

คุณไม่จำเป็นต้องรอให้หุ้นร่วงลงไปไกลมากจนสร้างความเสียหายอย่างหนักก่อน ถึงค่อยรู้ตัวว่าคุณเลือกหุ้นผิดตัวหรือจังหวะซื้อของคุณไม่ถูกต้อง

ถ้าผลตอบแทนระดับสูงคือเป้าหมายของคุณแล้วละก็ การขาดทุนครั้งใหญ่คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย!

*ตัวอย่างจากหนังสือ Think & Trade Like a Champion ภาษาไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.