ช่องว่างระหว่างข้างล่างกับข้างบน : สรสิช ศรีใจภา

บทความฉบับนี้ เกิดขึ้นมาหลังจากที่ผมเขียนบทความไว้คร่าวๆเรื่องหนึ่ง และได้อ่านบทความ “ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ ของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” : ประชาชาติธุรกิจ” ทำให้ผมผนวกสองเรื่องเข้าด้วยกัน เพราะผมคิดว่า เรื่องช่องว่างของคนจนและคนรวย กับเรื่องโอกาสที่คนจนพึงได้รับนี้มันเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ครับ เพราะปัญหาความยากจนในประเทศของเราเห็นกันได้ชัดครับ คนจนเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

และในอนาคตเองก็อาจจะเป็นเช่นนี้ต่อไปหากรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังคงแก้ไขปัญหากันอย่างผิดๆ

เริ่มแรกเลย แนวคิดการแก้ปัญหาจากล่างขึ้นบนของ คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เข้าใจแต่ปัญหาอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องเข้าใจถึงวิถีชีวิตรวมถึงเรื่องราวต่างๆของคนข้างล่างด้วย

อย่างที่ผมเคยเจอและพอจะยกตัวอย่างได้ก็คือ เรื่อง “ข้าว” ครับ อย่างที่ผมเคยบอกว่า ก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาสไปเข้าค่ายวิชาพัฒนาชนบทที่โคราชมา ก็ทำวิจัยเรื่องข้าวนี่แหละครับ เท่าที่ได้ทำวิจัยมา เหมือนวิธีแก้ปัญหาเรื่องข้าวของรัฐบาลอย่างพวกประกันราคาข้าวอะไรพวกนี้ ผมว่ามันไม่ได้ผลเอาเสียเลยครับ แถมยังไปขัดกับกลไกของตลาดอีกด้วย และยังสร้างความเชื่อผิดๆให้กับชาวบ้านเหล่านั้นว่า ราคาข้าวจะต้องขึ้นตลอด ถึงไม่ขึ้นรัฐก็จะช่วย

ซึ่งจริงๆแล้ว ควรจะเปลี่ยนเป็นการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับชาวบ้าน และเน้นการพัฒนาเรื่องผลิตผล เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชาวบ้าน มากกว่ามาแก้ปัญหาเอาปลายเหตุอย่างทุกวันนี้ ลำพังเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ผมก็คิดแล้วหละครับว่า รากฐานประเทศของเรามันช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย

ขอพูดถึงเรื่องโอกาสบ้างนะครับ อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง แต่ผมมองว่าเป็นสิ่งที่เริ่มหายไปในสังคมไทยนะครับ แต่สังคมชนบทเองก็ขาดโอกาสเหมือนกันครับ โอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีฐานะดีขึ้น ได้กินดีอยู่ดี เพราะถ้ารัฐบาลจัดการดีๆ แบ่งอำนาจในการบริหารมาให้ส่วนภูมิภาค อย่างที่เกาหลีและจีนทำ

ผมเชื่อว่า ถ้าจัดการดีๆ หน่วยบริหารงานส่วนภูมิภาคที่ควรจะเข้าใจเรื่องต่างๆในภูมิภาคนั้นๆมากกว่าพวกคนข้างบนที่แก้ปัญหากันตามใจตัวเองเอง คิดแต่ว่าชาวบ้านไม่รู้

จริงๆพวกเค้ารู้ครับ แต่พวกเค้าไม่ได้รับโอกาสในการนำสิ่งที่พวกเค้ารู้มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเค้าครับ เพราะฉะนั้น การปรับปรุงให้ระบบการบริหารส่วนภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ จะต้องช่วยแก้ปัญหาช่องว่างของคนจนและคนรวยได้แน่นอนครับ

แต่พูดก็พูดเถอะครับ อย่าว่าแต่ในสังคมชนบทเลยครับ สังคมกรุงก็หาโอกาสยากครับ เพราะระบบรับงานของเราส่วนใหญ่เป็นระบบเส้นสาย รุ่นพี่ช่วยรุ่นน้องซะส่วนใหญ่ ยิ่งบวกรวมเข้ากับสภาพสังคมที่แข่งขันไม่เห็นใจกันด้วยแล้ว ทำให้ผู้คนนิยมเหยียบกันให้จมดินเสียมากกว่าจะช่วยเหลือกัน สังคมกรุงจึงดูโหดร้ายและเสื่อมโทรมมากครับ

ปัญหาค่านิยมและใจคน ผมก็มองว่าเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันครับ เพราะผมก็เชื่ออย่างที่ ท่านนายก อภิสิทธิ์ ได้เคยพูดไว้ในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยว่า “วัตถุกับจิตใจสามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งก่อน”

ตัวผมเองอาจจะไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมาย แต่ก็ยึดติดอยู่กับความฝันของตัวเองและโลกในอุดมคติแบบใครๆหลายๆคน แต่ทุกวันนี้ ผมเองก็อดสงสัยว่า คนรวยที่ซื้อกางเกงซื้อเสื้อตัวนึงราคาเท่ากับเงินเดือนทั้งปี หรืออาจจะหลายปีของคนจนคนนึง เค้าคิดยังไงกัน เค้ามอง “โอกาส” ที่เค้าได้รับ กับ “โอกาส” ที่คนจนได้รับ ต่างกันยังไง

ช่องว่างระหว่างข้างล่างกับข้างบน

Our Columnist @ www.sarut-homesite.net

สรสิช ศรีใจภา (PoomCTP)

18 มิ.ย. 2553

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.