คำสารภาพของนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ : ดร.ไสว บุญมา

ขอเรียนว่า ผมเป็นนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์มากว่า 43 ปี และตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่ ผมรู้สึกว่ายิ่งเรียนก็ยิ่งรู้ …แต่ยิ่งเรียนนาน กลับยิ่งเป็นการรู้ว่า วิชาเศรษฐศาสตร์คงไม่สามารถแก้ปัญหาที่เผชิญหน้าเราอยู่ได้  ความรู้สึกนี้ถูกตอกย้ำครั้งสุดท้ายด้วยรายงานบนหน้า A13 ของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 หน้านั้นพาดหัวด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ ซึ่งมีใจความว่า “โรงเรียนรัฐบาลจำนวนมากขึ้นเลี้ยงอาหารนักเรียนวันละสามมื้อ” ...

‘Are We Rome?’ – ใครอยู่ได้คำฟ้า? : ดร.ไสว บุญมา

บทความนี้เหมาะกับสถานการณ์ของสหรัฐฯช่วงนี้ดีครับ เก็บไว้นานแล้วเลยได้จังหวะเอามาลงเวบ โดยบทความจะกล่าวถึงปัจจัยต่างๆที่อาจจะทำให้สหรัฐฯเสื่อมอำนาจลงครับ ทั้งปัจจัยด้านความเหมือนและในด้านความต่างระหว่างอเมริกากับอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในอดีตคือโรมัน โดยยึดมุมมองทางประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคม (จริงๆมีอีกหลายบทความที่มีเนื้อหาประเด็นแนวนี้ จะทยอยเอามาลงครับ) ส่วนตัวผมชอบอ่านบทความของ ดร.ไสว บุญมา เพราะได้ความรู้หลายๆด้าน ทั้งเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ข้อคิดต่างๆ และยังได้อ่านบทคัดย่อหรือบทสรุปหนังสือต่างประเทศหลายๆเล่มในบทความเดียวด้วยครับ ถ้าใครชอบอ่านของท่าน สามารถเข้าไปอ่านได้จากเวบ...

‘นวัตกรรมทางการเงิน’ กับ ‘โศกนาฏกรรมร่วมสมัย’ : ดร.ไสว บุญมา

โศกนาฏกรรมเป็นศิลปะการแสดงรูปแบบหนึ่งซึ่งมีประวัติยาวนานจากสมัยอาณากรีกโบราณยังรุ่งเรือง ศิลปะแนวนี้ชี้ให้เห็นธาตุแท้อย่างหนึ่งของมนุษย์เรา นั่นคือ ผู้ชมได้รับความบันเทิงจากการดูความทุกข์ร้อนและเศร้าโศกของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอันเป็นแกนของเรื่อง ชาวโรมันนำไปเผยแพร่ทั่วอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลหลังอาณาจักรนั้นรุ่งเรืองขึ้นมาแทนอาณาจักรกรีก แม้อาณาจักรทั้งสองจะล่มสลายไปนับพันปี แต่ศิลปะแนวนี้ยังคงอยู่และเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในนามของ “โศกนาฏกรรมกรีก” (Greek Tragedy) ในช่วงหลายเดือนมานี้ มีรายงานในสื่อต่างๆ ซึ่งอ้างถึงโศกนาฏกรรมกรีกบ่อยๆ แต่รายงานเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงศิลปะการแสดงแนวดังกล่าว หากอ้างถึงวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศกรีซ ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของอาณาจักรกรีกโบราณ คงเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า กรีซเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและได้เปลี่ยนไปใช้เงินสกุลยูโรแทนเงินดรักม่ามาเกือบทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ดี...

โลกจะรอดได้ต้องใช้ตลาดเสรี…แบบพอเพียง : ดร.ไสว บุญมา

ความร้ายแรงและยืดเยื้อของวิกฤติเศรษฐกิจทางแถบโลกตะวันตกในปัจจุบัน เปิดโอกาสอีกครั้งให้ผู้ต่อต้านระบบตลาดเสรีประณามความบกพร่องของมันอย่างกว้างขวาง นักประวัติเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าวิกฤติครั้งนี้มีความร้ายแรงสูงสุดนับจากวิกฤติครั้งใหญ่ในช่วงหลังปี พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) เมื่อตลาดหลักทรัพย์อเมริกันพังทลาย วิกฤติครั้งนั้นเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้นิยมชมชอบระบบคอมมิวนิสต์โห่ร้องเพราะมองว่าโลกมีทางเลือกที่ดีกว่า หลังรัสเซียนำมันมาใช้ 12 ปีแล้วดูจะได้ผลดีเมื่อเทียบกับผลของระบบตลาดเสรีที่นั่นก่อนการเปลี่ยนแปลงปี 2460 . ณ วันนี้ เหตุการณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าระบบคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่า ฉะนั้น ชาวโลกควรมุ่งปรับปรุงระบบตลาดเสรีให้ดีขึ้นมากกว่าที่จะเสียเวลาแสวงหาระบบอื่น...

ครุกแมนและสติกลิตซ์ กับเศรษฐกิจกระแสหลัก : ดร.ไสว บุญมา

. พอล ครุกแมน และ โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน ซึ่งมีรางวัลโนเบลเป็นตัวบ่งชี้ความศักดาทางวิชาการ ออกมาวิจารณ์วิกฤตเศรษฐกิจเป็นประจำ ทั้งในรูปของบทความตามหน้าหนังสือพิมพ์และในรูปของหนังสือ ครุกแมน นำหนังสือเก่าของเขาเล่มหนึ่งออกมาพิมพ์ใหม่โดยเขียนบทนำอธิบายมุมมองของเขาเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดซึ่งเริ่มเมื่อปี 2550 หนังสือนั้นชื่อ The Return of Depression Economics...

บิล เกตส์ กับการศึกษา : ดร.ไสว บุญมา

คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า บิล เกตส์ ออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อไปก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ก่อนเรียนจบปริญญาตรี แต่อาจไม่เป็นที่ทราบกันดีว่า เขาสนใจในด้านการศึกษาไม่ต่ำกว่าในด้านเทคโนโลยี งานเขียนของเขาจึงมักมีเรื่องราวของการศึกษาแทรกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในหนังสือเรื่อง [email protected] Speed of Thought ซึ่งมีบทคัดย่อเป็นภาษาไทยอยู่ในหนังสือชื่อ “คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์” และเรื่อง The Road...

ประชานิยม หรือ ไม่ประชานิยม ก็ติดหล่มพอกัน : ดร.ไสว บุญมา

พอรัฐบาลประกาศว่าจะต่ออายุโครงการที่ให้ประชาชนใช้ไฟฟ้า น้ำประปา รถประจำทาง และรถไฟ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน พร้อมกับเสนอแนวคิดว่า จะทำบางอย่างเป็นนโยบายถาวร ก็มีการถกเถียงกันว่ามันเป็นประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการกันแน่ ประสบการณ์ในหลายประเทศบ่งว่า จะเป็นอะไรคงไม่สำคัญเท่ากับรัฐมีเงินพอจ่ายหรือไม่ ถ้ามีไม่พอแล้วยังดันทุรังทำต่อไป ผลสุดท้าย เศรษฐกิจก็จะติดหล่มเช่นเดียวกัน พูดถึงประชานิยม ตัวอย่างที่มักอ้างถึงกันอย่างกว้างขวางได้แก่ อาร์เจนตินา ผมเองก็ศึกษาวิวัฒนาการในประเทศนั้น โดยเฉพาะในด้านการใช้นโยบายประชานิยมแบบเข้มข้น...

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุข : ดร.ไสว บุญมา

เนื่องจากความสุขกายสบายใจเป็นเป้าหมายสำคัญของชีวิต เราทุกคนจึงมักกระเสือกกระสนแสวงหากันอย่างทั่วถึง ส่วนนักวิชาการก็พยายามค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยหลัก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา การวิจัยของมูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ในอังกฤษสรุปว่า หลังจากมีปัจจัยเบื้องต้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาสรรพสิ่งมาเพิ่มจะไม่ทำให้เกิดความสุขกายสบายใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขหลังจากร่างกายมีทุกอย่างเพียงพอแล้วประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจแยกออกได้เป็น ๕ หมวดหมู่ด้วยกันคือ การมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ที่อยู่รอบข้างและการมีเพื่อน ความสัมพันธ์เป็นฐานของการมีชีวิตอันอบอุ่นและมั่นคง รวมทั้งความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว ญาติ เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงานและเพื่อนทั่วไปในชุมชน นอกจากจะสร้างความสุขกายสบายใจแล้ว ความสัมพันธ์อันแนบแน่นยังเป็นเกราะกำบังมิให้เกิดปัญหาที่มาจากโรคจำพวกการซึมเศร้าเหงาหงอยอีกด้วย...

ถึงเวลาแก้ความไม่สมดุลของการลงทุนที่ผ่านมา : ดร.ไสว บุญมา

ข่าวความรกร้างว่างเปล่าของสนามบินในต่างจังหวัดสะท้อนปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งน่าจะชี้ให้เห็นว่า วิธีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเราเท่าที่ผ่านมาขาดความสมดุลอย่างร้ายแรง นั่นคือ การจะทำอะไรสักอย่างจะต้องมีการก่อสร้างเป็นส่วนประกอบหลัก สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามมาจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าของเงินทุนที่หายากหรือไม่ เราไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก นอกจากสนามบินที่รกร้างว่างเปล่าเพราะเลิกใช้ไปแล้ว ยังมีสนามบินอีกมากที่โดยทั่วไปถูกใช้เพียงจำกัดอีกด้วย สนามบินเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียวที่เป็นข่าว ทั้งนี้คงเพราะมันมีขนาดใหญ่ที่ใช้เงินทุนจำนวนมากและอาจมีการขัดแย้งของผู้มีประโยชน์ส่วนตัวแฝงอยู่ด้วย ยังมีสิ่งก่อสร้างอีกสารพัดอย่างซึ่งตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดจำนวนมากในภาคกลางของประเทศ ปรากฏการณ์ในแนวเดียวกันมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในเกือบทุกวัด แต่ละวัดมีอาคารขนาดใหญ่หลากหลายอาคาร นอกจากกุฏิที่มีพระไม่กี่รูปอยู่ประจำแล้ว อาคารเหล่านั้นถูกปิดไว้ และจะเปิดใช้ก็ต่อเมื่อมีงานเทศกาลซึ่งก็นานๆครั้ง...

ที่มาของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน : ดร.ไสว บุญมา

มีข่าวว่าสัปดาห์นี้ Paul Midler  จะผ่านมาเมืองไทย ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับใครบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่ และจะมีสื่อนำเรื่องราวของเขามาเสนอหรือไม่ต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ได้อ่านหนังสือของเขาไม่นานหลังหนังสือเล่มนั้นออกจากโรงพิมพ์เมื่อเดือน เมษายน 2552 หนังสือชื่อ Poorly Made in China : An Insider’s Account...