ทางออกคือยอมขึ้นแต่น้อยและค่อยเป็นค่อยไป เพื่อการประนีประนอมกับทุกฝ่าย จึงยากที่โลกจะได้เห็นการแข็งค่าของหยวนแบบได้ประโยชน์อย่างฉับพลัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ Posttodayทิศทางเรื่องนโยบายค่าเงินหยวนนั้น อาจถือเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญที่สุดวันนี้ในบรรดานโยบายเศรษฐกิจจีนทั้งหมด เพราะถือเป็นประเด็นที่จะส่งผลกระทบวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกมากที่สุด นอกเหนือไปจากการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 4 ล้านล้านหยวน ไปเมื่อ 1 - 2 ปีก่อนหน้านี้
หากจีนยอมขึ้นค่าเงินหยวน ทุกประเทศคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป หรือแม้แต่ไทย ก็ย่อมได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นตามไปด้วย
เพราะนอกจากจะซื้อได้ถูกลงแล้ว ทุกวันนี้สินค้าเมดอินไชนาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ ก็ยังตีตลาดสินค้าหลายชนิดในหลายประเทศจนแทบจะล้มหายตายจากไปแล้ว
จีนเองก็ทราบดีถึงแรงบีบนี้ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่ก็พยายามปัดและยื้อเรื่องนี้มาโดยตลอด และแม้แต่ในการเปิดประชุมสภาประชาชนจีน เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ก็ยังย้ำอีกครั้งว่า จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนโยบายค่าเงินในเร็วๆนี้
ทว่าหลังจากนั้นเพียงแค่วันเดียว โจวเซี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน ก็กลับลำออกมาส่งสัญญาณถึงการประนีประนอมว่า รัฐบาลกรุงปักกิ่งอาจยอมผ่อนคลายหยวน โดยให้เงินแข็งค่าขึ้นบ้าง เพื่อบรรเทาความร้อนแรงของเศรษฐกิจที่คาดว่าจีดีพีอาจทะลุขึ้นไปถึงระดับ 10% ในปีนี้
นับเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังไม่น่าวางใจ...!เพราะดูไปแล้วสัญญาณเบื้องต้นครั้งนี้ อาจเป็นเพียงแค่กลยุทธ์การยื้อแบบประนีประนอมของจีน เพื่อลดแรงต้านให้ได้มากที่สุดเท่านั้น เมื่อเงื่อนไขของทางจีนเองก็ยังไม่สุกงอมพอที่จะสามารถขึ้นค่าเงินได้ในเร็ว วันนี้ตามเสียงเรียกร้อง
บรรดานักวิเคราะห์ที่มองแง่ดีนั้น ต่างมองว่าการยอมคลายค่าเงินหยวน อาจช่วยให้รัฐบาลจีนสามารถบรรลุเป้าหมาย ในการเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกและการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้การเพิ่มค่าเงินหยวนให้สอดคล้องกับพื้นฐานความจริงมากขึ้นนั้น ยังช่วยให้สามารถควบคุมกับกระแสเงินนอกที่ทะลักล้นเข้าประเทศได้ดีขึ้นเพราะเศรษฐกิจของจีนในวันนี้น่าจะเรียกได้ว่าฟื้นตัวดีเกินคาด จนอาจกลายเป็นความเสี่ยงฟองสบู่ไปแล้ว เมื่อเงินอัดฉีดกว่า 4 ล้านล้านหยวน รวมไปถึงเงินร้อนจากนอกประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์จีน
โดยเฉพาะตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์กำลังทำให้หลายฝ่ายวิตกถึงความเสี่ยงฟองสบู่ในจีน
และที่สำคัญที่สุด ก็คือ การคลายหยวนจะช่วยปรับความสัมพันธ์กับเหล่ามหาอำนาจสหรัฐ ยุโรป และประเทศคู่ค้าอื่นๆ ได้ดีขึ้น หลังจากที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า ใช้ปัจจัยกดดันค่าเงินหยวนให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อเอื้อการส่งออกราคาถูกของจีน
ซึ่งความตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะหลายฝ่ายมองว่าจีนเอาตัวรอดคนเดียว และไม่ปล่อยให้การส่งออกของประเทศอื่นๆได้ลืมตาอ้าปากบ้าง ทั้งที่อยู่ในภาวะลำบาก จนเมื่อปลายปี 2008 จนมาถึงปีนี้ ได้เกิดสงครามการค้ากรณีทุ่มตลาดกันมาหลายยกแล้วระหว่างสหรัฐจีน และระหว่างยุโรปจีน
อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริงนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งอาจต้องรอไปถึงช่วงกลาง ปีเป็นอย่างเร็ว กว่าจะยอมคลายค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น
และคาดว่าจะยอมคลายค่าเงินแบบไม่มากพอที่ประเทศคู่ค้าจะได้เห็นประโยชน์แบบฉับพลันทันทีนัก
“แม้จีนจะเริ่มปล่อยให้หยวนแข็งค่าขึ้น แต่ความเป็นไปได้จริงน่าจะแข็งค่าขึ้นในระดับที่น้อยมาก และค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เห็นผลเปลี่ยนแปลงในเชิงการค้าได้แบบทันที”
นิโคลัส คอนโซเนอรี นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา ยูเรเซีย กรุ๊ป ในสหรัฐ กล่าวกับเอพี
ขณะเดียวกัน การขึ้นค่าเงินหยวนที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกของจีนเอง ยังหมายความถึงเงินของผู้ส่งออกจีนที่ลดลง และตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่จะหายลงไปด้วย ซึ่งเรื่องหลังนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเม็ดเงิน เพราะจะนำไปสู่ปัญหาความไม่สงบทางสังคมตามมานอกจากบริษัทจีนเองจะลดคนลงเพื่อประหยัดต้นทุนแล้ว บรรดาบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในจีน ยังอาจพิจารณาแผนการเพิ่มโรงงานใหม่ในประเทศอื่นๆ อาทิ เวียดนาม แทน
ซึ่งการแข็งค่าขึ้นของหยวนเพียง 5% ก็สามารถนำไปสู่การตกงานของแรงงานจีนจำนวนมหาศาลแล้ว
และแม้ว่าการขึ้นค่าเงินจะช่วยทำให้การบริโภคภายในเพิ่มขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริงก็อาจไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วพอ จนคุ้มกับที่ยอมดำเนินการลอยหยวนไมเคิล เพตติส ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับเอพีว่า
จีนกำลังอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการยอมคลายหยวนเพื่อปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ และเพื่อประนีประนอมกับตะวันตกนั้น อาจทำให้ปัญหาการว่างงานในบ้านรุนแรงขึ้นแทนแต่หากไม่ดำเนินการใดๆเลย ก็ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ที่ต่างก็เผชิญปัญหาเศรษฐกิจกันถ้วนหน้า และต้องการรายได้เข้าประเทศมากขึ้น
โดยเฉพาะรายได้จากภาคการส่งออก เพื่อแก้วิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่แสนสาหัสในบ้าน โดยหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีที่จะกระทบต่อประชาชนโดยตรง
ดังนั้น ทางออกคือยอมขึ้นแต่น้อยและค่อยเป็นค่อยไป เพื่อการประนีประนอมกับทุกฝ่าย จึงยากที่โลกจะได้เห็นการแข็งค่าของหยวนแบบได้ประโยชน์อย่างฉับพลัน
และคงยากที่ความตึงเครียดของการค้าโลกจะจบลงโดยเร็วในปีนี้เช่นกัน จับตาจีนยอมขึ้นเงินหยวน เรื่องนี้อาจไม่หยวนจริง
ทีมข่าวต่างประเทศ Posttoday
08 มีนาคม 2553 เวลา 09:59 น.