Blog 75 : Market Theme & Leader Stocks (เม.ย. 2017)

 

ภาพรวมตลาดในช่วงนี้ (เม.ย. 2017) คือ ‘ซึมแต่(ยัง)ไม่ลง’ : ตลาดยังเทรดอยู่เหนือเส้น MA สำคัญได้ แต่มี % การขึ้นในแต่ละวันและ volume เทรดค่อนข้างน้อย

สรุปคือเป็นตลาดที่ไม่คึกคัก ดูยังไม่แข็งแกร่งจริงๆ ตามกราฟ set ด้านล่างครับ

(คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดเต็ม)

set

การที่ตลาด ‘ซึมและไม่แข็งแกร่ง’ อยู่ ทำให้เรายังคงต้องระวังจังหวะการซื้อหุ้น โดยเฉพาะตอน breakout หรือตอนที่หุ้นพุ่งแรงชัดเกินไป

เพราะภาวะตลาดแบบนี้หุ้นจะไม่ได้วิ่งขึ้นแรงต่อเนื่องเหมือนตอนที่ตลาดคึก ส่วนใหญ่พอหุ้นขึ้นก็จะมีการพักและย่อตัวลงมาแรงบ้างเบาบ้าง(แล้วแต่ตัว) มีแค่ไม่กี่ตัวที่วิ่งขึ้นแรงติดต่อกันหลายวันได้

แนะนำให้รอจังหวะเก็บหุ้นแบบ swing trade คือ ทยอยซื้อตอนหุ้นย่อลงมาหรือขึ้นมาแล้วพักตัวนิ่งๆแน่นๆ และจังหวะซื้อที่ดีอีกอย่างคือ pocket pivot buy point (ppbp) ส่วนจะขายตอนไหนก็ใช้ตามที่เราถนัดครับ

ส่วนการที่ ‘ตลาด(ยัง)ไม่ลง’ = ถ้ามีหุ้นที่เป็นขาขึ้นก็ยังหาจังหวะเทรดได้ โดยเราควรหาหุ้นที่เข้ากับ Theme ของตลาดในตอนนั้น 

บางช่วงตลาดชอบหุ้น growth-high pe , บางช่วงชอบหุ้น low pe-ปันผลสูง หรือบางเวลาอาจเป็นจังหวะของหุ้น commodity ที่ cycle เริ่มมา เป็นต้น

การ run screen และอัพเดต watch list เป็นประจำ จะทำให้เราเห็นว่าหุ้นกลุ่มไหนที่ตลาดชอบในช่วงนั้น และสามารถปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับหุ้นนำตลาดได้ดีขึ้นครับ

(อ่านเพิ่มเติม >> Blog 74 : ‘การ Run Screen และอัพเดต Watch list’)

สำหรับ Theme ของตลาดในช่วงนี้เท่าที่สังเกตคือ ‘การลุ้นภาคเศรษฐกิจจริงฟื้นตัว (real sector recovery)’ ดังนั้น ตัวอย่างกลุ่ม Leader Stocks ก็จะสอดคล้องกับ theme ตลาด นั่นคือเป็นแนว ‘recovery stock’ ครับ

เช่น หุ้นธนาคารที่งบจะกลับมาดี , หุ้นที่ลุ้นกำลังซื้อฟื้นตัว , หุ้นที่เกี่ยวกับภาคการผลิต เช่น โรงงาน , ชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ , หุ้นที่หายหน้าไปนานแล้วผลประกอบการเริ่มกลับมาฟื้นตัว-เติบโตได้อีกครั้ง ฯลฯ

ดูตัวอย่างหุ้นที่เป็น uptrend จากระบบ scan ของผมตามรูปด้านล่างครับ (กรอง 3 แบบ) จะเห็นว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาของหุ้น high growth high pe แบบเมื่อปีก่อนๆครับ

(จาก list นี้ต้องไปคัดกรองอีกทีนะครับ อันนี้เป็นการกรองกราฟแบบคร่าวๆเท่านั้น ยังไม่ได้ดูพื้นฐานหรือ growth)

scan (1)

.

คำแนะนำอีกข้อคือ อย่าเพิ่งโลภหรือจัดหนักจัดเต็มจนเกินไป เพราะการที่ตลาดขึ้นแบบไม่แกร่งนักทำให้มีหุ้นไม่กี่กลุ่มที่ราคาวิ่งขึ้นได้ดี และส่งผลให้การเทรดของเรามี winning rate ที่ต่ำลง 

ถ้าเรา ‘ซื้อเยอะ’ แต่ ‘ผิดตัว-ผิดจังหวะ’ โอกาสขาดทุนหนักติดต่อกันจะสูงมาก (เกิด losing streak ได้ง่าย)

ดังนั้น นอกจากจะต้องโฟกัสเลือกหุ้นที่จะเทรดให้ดีอย่าหว่านหรือเทรดมั่วๆง่ายๆแล้ว ยังต้องคุม risk ให้เข้มงวดกว่าปกติด้วย เพราะต้องคำนึงเสมอว่าตลาดยังไม่ได้ง่ายเหมือนช่วงที่เป็นขาขึ้นแบบแข็งแกร่งครับ

เวลาที่ภาวะตลาดเทรดยากหรือไม่เป็นใจนัก เราต้องปรับระบบให้เข้มงวดขึ้นทุกด้าน ทั้ง stock selection , position sizing รวมถึง risk management 

หาจังหวะเทรดเมื่อหุ้นในลิสของเราเกิด setup ที่ดีจริงๆเท่านั้น อดทนรอเวลาที่ตลาดเปิดโอกาสดีๆให้เราเทรดแบบจัดเต็มได้อีกครั้ง

(เราไม่จำเป็นต้องจัดเต็มและรับความเสี่ยงสูงอยู่ตลอดเวลาครับ)

ส่วนแนวทางการเทรดในช่วงที่ตลาดซึมๆค่อนข้างซบเซา แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมจากบทความนี้ครับ >>

– Blog 53 : ‘แนวทางการเทรด CANSLIM ในภาวะตลาดซบเซา-ผันผวนสูง และตัวอย่างสุดยอดหุ้นของปีนี้’

.

.

Blog 75 : Market Theme & Leader Stocks (เม.ย. 2017)

www.sarut-homesite.net

9 เมษายน 2017

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *