Blog 58 : ‘Crash’ – แนวคิดการเทรดช่วงตลาดปรับฐานรุนแรง

IMG_20151210_232035_HDR

คนเล่นหุ้นทุกคนสามารถทำกำไรได้มากมายช่วงตลาดขาขึ้น เมื่อแรงจูงใจและสภาพคล่องจะผลักดันให้ราคาหุ้นเกือบทั้งตลาดขึ้นได้แรงโดยไม่จำเป็นต้องสนใจข่าวร้าย แต่เมื่อการปรับฐานรุนแรงเริ่มเกิดขึ้น จะมีเพียงกลุ่มคนบางส่วนในตลาดเท่านั้นที่จะสามารถรักษาเงินทุนและกำไรเอาไว้ได้”

สัญญาณอันตรายที่เมื่อเราเห็นแล้วต้องเริ่มระวังตัวทันที

1. ตลาดเริ่มผันผวนรุนแรง และเกิด Distribution day มากขึ้นเรื่อยๆ

2. พฤติกรรมราคาของกลุ่มหุ้นนำตลาด ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่นำตลาดทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง

3. ผลการเทรดที่เปลี่ยนแปลงของเราเอง ถ้าเราเล่นหุ้นด้วยหลักการเดิมและทำกำไรได้ดีมาตลอด แต่เมื่อผลการเทรดครั้งล่าสุดเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เราต้องสังเกตแล้วว่าตลาดอาจจะเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

4. Sentiment โดยรวมของตลาดและผู้คน คนเริ่ม panic แล้ว หรือคนส่วนใหญ่ยังดูเฉยๆไม่รู้สึกว่าเกิดอะไรผิดปกติกับตลาด

5. เมื่อตลาดเทรดอยู่ต่ำกว่าเส้น MA 200 วัน มีโอกาส 1 ใน 3 (30%) ที่จะเกิดเหตุการณ์หรือข่าวไม่ดีที่ส่งผลรุนแรง (เส้นนี้ค่อนข้างมีนัยยะ เพราะบ่งบอกแนวโน้มระยะยาว)

6. หุ้น setup สวยๆเริ่มน้อยลงอย่างมาก , หุ้นใน port และ watch list ทยอยหลุดแนวรับทีละตัว

– ในช่วงระยะแรก คนส่วนใหญ่จะยังไม่รับรู้ว่าตลาดไม่ดี และคิดว่าคงไม่มีอะไรเหมือนกับครั้งก่อนๆ ทำให้พวกเขาปรับตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น (underreact) และเมื่อเข้าสู่ช่วงที่ตลาดร่วงลงอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ก็มักจะ panic แล้ว overreact มาขายหุ้นทิ้งในตอนท้ายๆ

– การที่คนส่วนใหญ่ปรับตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็น แล้วไป panic sell ทีหลัง ก็ถือเป็นโอกาสสำหรับคนที่เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ล่วงหน้า

*Market Bottom จะเกิดได้จากแรงซื้อจำนวนมาก มาสนับสนุนให้ตลาดและหุ้นเริ่มกลับตัวได้จริง (Follow-Through Day , หุ้นนำตลาด Breakout) ไม่ใช่เกิดจากแรงขายจำนวนมาก

*นอกจากนี้ กว่าที่ตลาดและหุ้นจะเกิด trend รอบใหม่แต่ละครั้งมันต้องใช้เวลานาน ถ้าช่วงไหนหุ้นยังผันผวนเหวี่ยงแรงมาก (high volatility) นั่นแสดงว่าการปรับฐานอาจจะยังไม่เสร็จดี เพราะแนวโน้มที่ชัดเจนมักจะเกิดในช่วงที่ความผันผวนต่ำ ตลาดและหุ้นรายตัวจะไม่ได้เหวี่ยงขึ้นลงรุนแรงมากนัก

– ถ้าเห็นตลาดยังผันผวนรุนแรงหรือ Choppy อยู่ ช่วงนี้เราอาจจะเลือกว่า จะหยุดพักรอดูสถานการณ์ , เทรด size เล็กลง หรือเล่นระยะสั้นลง (ขายตามแนวต้าน – lock กำไร) เพื่อรอให้เห็น Trend ตลาดชัดขึ้นก่อน รอดูว่าจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้หรือเปลี่ยนเป็นขาลงเต็มตัว ซึ่งจะมีผลต่อกลยุทธ์การเทรดของเราต่อไป

– การ Short ในขาลง ไม่ควรคิดถือยาว เพราะมักจะมีการเด้งแรงๆกลับไปหาแนวต้านเดิม (bear market rally) ซึ่งจะทำให้กำไรที่ทำไว้หายไปหมดได้

– การปรับฐานโดยมากแล้วมักจะกินเวลาไม่นาน ซักพักตลาดก็จะกลับตัวได้ แต่ถ้าปรับฐานนานแล้วตลาดไม่สามารถกลับตัวได้ ก็มีโอกาสที่จะเกิด Bear Market โดยนิยามคร่าวๆคือ ตลาดที่เทรดอยู่ต่ำกว่าเส้น MA 200 วัน ต่อเนื่องเป็นเวลานาน (ทุกครั้งที่ตลาดร่วงแรงและยาวนานมักจะเกิดเมื่อเทรดต่ำกว่าเส้น 200วัน)

– ในช่วงตลาดขาลง ให้โฟกัสหุ้นที่แสดงตัวว่าแข็งแกร่งชัดเจน คือ ไม่ลงตามตลาด, ขึ้นสวนวันที่ตลาดลงแรง ถึงแม้ว่าตลาดเป็นขาลง แต่ก็พอจะมีหุ้นส่วนน้อยที่ยังขึ้นสวนตลาดได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี แม้ว่าจะเทรดยากกว่าช่วงปกติก็ตาม

 

โดยทั่วไปแล้วการปรับฐานจะมีประมาณ 5 Stage หลัก ได้แก่

1. ช่วงเริ่มต้นการปรับฐาน ตลาดจะเกิดการร่วงลงอย่างเร็วแรง ใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ ทำให้ตลาดเริ่มติดลบประมาณ 5-10% หรือมากกว่านั้น เกิดภาวะ oversold และตลาดปิดต่ำกว่า MA 200 วัน

2. การเด้งแรงๆในช่วงแรกหลังจากตลาด oversold โดยการเด้งในช่วงนี้ตลาดมักจะไปชนแนวต้านที่เส้น MA หลักๆ คือ MA 10 , 20 , 50 หรือ 200 วัน แล้วเริ่มลงต่อ

3. ภาวะตลาด Choppy คือช่วงที่ตลาดผันผวนขึ้นลงรุนแรงสลับกัน โดยตลาดและราคาหุ้นรายตัวจะเหวี่ยงมากในแต่ละวัน เป็นช่วงที่เทรดได้ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายซื้อหรือขายก็ตาม

4. การทดสอบ Low เดิมของตลาดที่เกิดขึ้นในข้อ 1 (Retest of the momentum low) โดยมีจุดสังเกตที่สำคัญ ดังนี้

4.1 เริ่มเกิด Divergence ในเชิงบวก เช่น ตลาดทำ new low แต่มีหุ้นทำ new low น้อยลง , ตลา่ด new low แต่มีหุ้น breakout หรือมีหุ้น setup ทำ base ดีๆมากกว่าเดิม (หุ้นส่วนใหญ่เริ่มไม่ลงตามตลาด) เป็นต้น

4.2 ถ้าตลาดเด้งแล้วไม่สามารถยืนได้ หลังจากการ retest low แสดงว่าเรามีโอกาสอยู่ในภาวะตลาดหมี (bear market) หรืออย่างน้อยก็น่าจะต้องเจอการปรับฐานที่ยาวนานกว่าปกติ

5. Recovery – ช่วงการฟื้นตัวของจริง ช่วงนี้ตลาดและหุ้นส่วนใหญ่จะเริ่มมีทิศทางเดียวกัน แรงซื้อจะมากจนตลาดและหุ้นพุ่งแรงๆโดยเฉพาะกลุ่มหุ้นนำตลาด แม้จะเกิดภาวะ overbought แต่ตลาดก็จะไม่ลงแรงมากนัก ช่วงนี้คนที่มัวรอตลาดย่อแรงๆหรือยังกลัวตลาดขาลงอยู่ ก็อาจจะพลาดการฟื้นตัวในระยะแรกนี้ได้

บทความนี้สรุปประเด็นหลักๆที่น่าสนใจจากหนังสือ ‘Crash’ – How to Protect and Grow Capital during Corrections มาบางส่วนนะครับ

ช่วงนี้หวังว่าทุกท่านจะโชคดีพอร์ตปลอดภัย อย่าลืมว่าการเอาตัวรอดให้ได้เมื่อตลาดปรับฐานรุนแรงหรือช่วงขาลง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นหุ้น

ค่อยๆดูอาการตลาดกับหุ้นในลิสไปก่อน ถ้าจะเทรดก็เทรดอย่างระมัดระวัง เน้นคุม risk ให้ดี อย่าเพิ่งโลภหวังกำไรเยอะๆ

แล้วกลับมาชนะกันอีกครั้งเมื่อตลาดฟื้นตัวครับ

Blog 58 : ‘Crash’ – สรุปแนวคิดการเทรดช่วงตลาดปรับฐานรุนแรง

www.sarut-homesite.net

11 ธันวาคม 2558

,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.