Blog 49 : ‘Overstaying Bull Market’ – กำไรที่หายเพราะอยู่นานเกินไป

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักทำกันก็คือ การที่เราถือหุ้นมานานแล้วแต่ไม่ได้หาโอกาสเก็บกำไร เมื่อตลาดเริ่มเป็นขาลงก็ปล่อยให้กำไรหายไปหมด บางคนจากกำไรอาจกลายเป็นขาดทุนเลยด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการเสียโอกาสพอสมควร และชี้ให้เห็นว่าเรายังไม่มี exit strategy หรือกลยุทธ์การขายเพื่อรักษากำไรที่ดีพอ

กล่าวคือ แทนที่เราจะพยายามรักษากำไรที่ได้มาเอาไว้ แล้วรอจังหวะดีๆเพื่อนำไปลงทุนในหุ้นตัวอื่น หรือจะรอเล่นหุ้นตัวเดิมก็ได้ถ้าหากว่าแนวโน้มธุรกิจยังดีอยู่ แต่เงินลงทุนของเรากลับจมอยู่กับหุ้นตัวเดิมที่ราคาผ่านจุด peak ไปแล้ว (ในช่วงเวลานั้น) จากนั้นก็ทำได้แค่รอให้ราคากลับมาที่เดิม หรืออาจต้องยอมตัดขาดทุนไปเมื่อเห็นหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่า

ปัจจัยอีกอย่างที่ทำให้เราควรฝึกฝนการเก็บกำไรก็คือ ลักษณะของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ถือว่าไม่ง่ายเหมือนช่วงหลังวิกฤตปี 2008 ที่แค่ถือหุ้นเฉยๆแล้วราคาจะขึ้นไปได้เรื่อยๆเอง หรือเวลาหุ้นปรับฐานราคาก็ลงไม่มาก รอซักหน่อยเดี๋ยวก็ new high แล้ว

(คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)

SET blog

ตลาดหุ้นไทยช่วงหลังมานี้เวลาเลิกเล่นหรือจบรอบขาขึ้น ก็มักจะปรับฐานรุนแรงกว่าเดิม ราคาหุ้นสามารถตกลงในระดับ 20-30% ภายในไม่กี่สัปดาห์ครับ หรือบางตัวอาจมากกว่านั้น

ถ้าเราไม่มีจุด exit เพื่อเก็บกำไรที่ได้เอาไว้ กำไรที่ได้มาตอนแรกก็มักจะหายไปอย่างรวดเร็ว และยังทำให้รู้สึกเหมือนเหนื่อยฟรีเพราะตลาด-ราคาหุ้นร่วงลงมาที่เดิม (ดูรูปประกอบ) …

 

“ในช่วงตลาดเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดกำลังบูมมากๆนั้น คนส่วนใหญ่มักจะได้กำไรกันในช่วงแรกๆ ก่อนจะสูญเสียมันไปหรือกลับมาขาดทุน เพียงเพราะเพลิดเพลินอยู่ในตลาดนานเกินไป”

“In a bull market, and particularly in booms, the public at first makes money which it later loses simply by overstaying the bull market.”

– Jesse Livermore

“เหล่านักลงทุนผู้ละเลยสิ่งที่ตลาดพยายามจะบอกหรือส่งสัญญาณออกมา มักจะต้องจ่ายค่าบทเรียนราคาแพง ในขณะที่นักลงทุนที่สามารถแยกแยะสัญญาณต่างๆทั้งที่ปกติหรือไม่ปกติได้นั้น มักจะรู้สึกดีต่อตลาดมากกว่าคนส่วนใหญ่ เพราะพวกเขาสามารถเข้าใจตลาดได้เป็นอย่างดี”

– William O’neil

จากคำกล่าวของเซียนหุ้น เราสามารถวิเคราะห์และได้แนวคิดเรื่องนี้หลายอย่างครับ

– ก่อนจะซื้อ-ขายหุ้น เราต้องตรวจสอบภาวะตลาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ที่ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ถูกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

– เมื่อตลาดเริ่มไม่ดี ต้องหยุดเล่นให้เป็น กล้าถือเงินสดมากขึ้น

– ศึกษากราฟ หรืออย่างน้อยควรศึกษาเรื่องภาวะตลาดเอาไว้ เพื่อดูภาพใหญ่ของตลาดว่าเป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าช่วงนี้เราควรกล้าหรือควรกลัวกันแน่

– เมื่อซื้อหุ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ วางแผนว่าจะ stop loss ตรงไหน หากหุ้นขึ้นไปเรื่อยๆจนมีกำไรพอสมควรแล้ว ก็ควรวางแผนว่าจะ exit หรือ take profit ตรงไหน ซึ่งจุดนี้ก็แล้วแต่ว่าเราเป็นนักลงทุนประเภทไหนนะครับ มันไม่ตายตัวว่าการตั้ง stop loss แล้วเราต้องรีบขายเร็วเสมอไป จะถือยาวแล้วใช้ stop ตามภาพใหญ่เพื่อเก็บกำไรก้อนโตก็ได้เช่นกัน

– การรักษากำไรและเงินลงทุนหลัก คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าหุ้นทำตัวผิดปกติหรือหลุดจุด stop ต้องกล้าขายตามแผน อย่ามี ego หรือคิดว่าหุ้นเราดีมากคงลงได้ไม่เยอะ

– งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ไม่ว่าช่วงขาขึ้นหุ้นจะขึ้นได้กี่สิบเท่า แต่ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นย่อมกลับมาหาสมดุลตามปัจจัยพื้นฐานเสมอ

– เมื่อได้กำไรมา อย่าเพลิน อย่าเหลิง เพราะจะถูกตลาดเอาคืนเมื่อไหร่ก็ได้

– พยายามหาเหตุผลว่าทำไมคนส่วนใหญ่จึงขาดทุน แล้วอย่าทำแบบนั้น (วิเคราะห์จิตวิทยามวลชน) …

Blog 49 : ‘Overstaying Bull Market’ – กำไรที่หายเพราะอยู่นานเกินไป

www.sarut-homesite.net

27 มีนาคม 2015