หากอเมริกาเสื่อมเพราะอนิจจัง ไทยกำลังเสื่อมทางลัด : ดร.ไสว บุญมา

หากอเมริกาเสื่อมเพราะอนิจจัง ไทยกำลังเสื่อมทางลัด : ดร.ไสว บุญมา

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

decay (Small)

การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจล่าสุดของ World Economic Forum ลดสหรัฐอเมริกาลงมาเป็นอันดับสองรองจาก สวิตเซอร์แลนด์ นักวิจารณ์บางคนมองว่านั่นเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความเสื่อมของสหรัฐหลังจากเป็นอภิมหาอำนาจมาหลายสิบปี จากมุมมองของสัจธรรมแห่งความเป็นอนิจจัง การเสื่อมอำนาจของสหรัฐย่อมเกิดขึ้น แต่จะเริ่มเสื่อมเมื่อไรยังเป็นปริศนา

จากมุมมองของประวัติศาสตร์ที่ พอล เคนเนดี เสนอไว้ในหนังสือชื่อ The Rise and Fall of the Great Powers : Economic Change and Military Conflict from 1500 to 2000 ซึ่งมีบทคัดย่ออยู่ในหนังสือชื่อ “กะลาภิวัตน์” สหรัฐจะเริ่มเสื่อมเมื่อพลังทางเศรษฐกิจไม่สามารถค้ำยันพลังทางทหารได้ ขณะนี้จึงเริ่มมีคนสรุปว่า สหรัฐเริ่มเสื่อมเพราะพลังทางเศรษฐกิจไม่เพียงพอต่อการคงไว้ซึ่งพลังทางทหารแล้ว

นักวิจารณ์บางคนย้อนไปศึกษาปัจจัยที่ทำให้มหาอำนาจโบราณเดินเข้าสู่ทางเสื่อม คัลเลน เมอร์ฟี อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เขาเพิ่งเขียนหนังสือชื่อ Are We Rome? The Fall of an Empire and the Fate of America ซึ่งมีบทคัดย่ออยู่ในเว็บไซต์ www.sawaiboonma.com เมอร์ฟี มีข้อสังเกตมากมายทั้งในด้านความเหมือนและในด้านความต่างระหว่างอเมริกากับอาณาจักรโรมัน แต่ไม่ได้ฟันธงลงไปว่าอเมริกาได้เริ่มเดินเข้าสู่ทางแห่งความเสื่อมหรือยัง

เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจล่าสุดปะทุขึ้นในสหรัฐก่อนจะแพร่กระจายออกไปทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญประเมินกันว่า สหรัฐจะใช้เวลานานกว่าประเทศอื่นก่อนจะฟื้นขึ้นมาได้ บางคนจึงมองว่า ถ้าคนอเมริกันมองไม่เห็นปัญหาของตัวเองและพยายามแก้ไขอย่างจริงจัง สหรัฐจะเดินเข้าสู่ทางแห่งความเสื่อมแน่นอน หลังจากศึกษาปัญหาของสหรัฐและความเห็นของปราชญ์ ริค นิวแมน แห่งนิตยสาร US News & World Report สรุปว่า ปัญหาของสหรัฐมีที่มาจากพฤติกรรมของคนอเมริกัน 4 อย่างคือ

คนอเมริกันขยันน้อยลง โดยทั่วไปชาวอเมริกันต้องการทำงานน้อยลง เกษียณก่อนเวลาและหาเงินได้อย่างง่ายดาย หนังสือจำพวกแนะนำการสร้างความร่ำรวยด้วยวิธีลัดจึงขายดี บริษัทอเมริกันส่งงานไปให้ชาวต่างประเทศทำโดยเริ่มจากงานจำพวกแรงงานแล้วเพิ่มเป็นงานทางด้านมันสมอง ในขณะที่ชาวอเมริกันใช้เวลาและเงินหมดไปในร้านสรรพสินค้าแทนที่จะแสวงหาความรู้และทักษะที่ตนยังขาดอยู่ คู่แข่งพยายามปรับปรุงตัวเอง ความสามารถในการแข่งขันของชาวอเมริกันในเชิงเปรียบเทียบจึงลดลง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสังคมที่ดูจะมีความขยันน้อยลงนี้ ยังมีชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งซึ่งบากบั่นทำงานวันละ 16 ชั่วโมง แทนการผลักดันให้เกิดการทำงานวันละ 4 ชั่วโมง โดยทั่วไปพวกเขามีรายได้สูงสมกับความบากบั่น

คนอเมริกันต้องการได้ของเปล่า ความคิดนี้ได้รับการกระตุ้นให้เข้มข้นขึ้นด้วยโครงการของรัฐบาลในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย ในปัจจุบันมีโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย การอุ้มธนาคารใหญ่ๆให้รอดพ้นจากความล่มจม และการซื้อรถเก่าเพื่อเอาไปทิ้ง โครงการเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายมหาศาล โดยที่รัฐบาลแปะโป้งไว้จนในขณะนี้รัฐบาลเป็นหนี้นับเป็นล้านล้านดอลลาร์ แต่ชาวอเมริกันก็ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาของตน

คนอเมริกันไม่พยายามติดตามเหตุการณ์รอบตัว การบริหารประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตยจะสำเร็จได้ต้องอาศัยประชาชนที่สนใจศึกษาวิวัฒนาการรอบด้าน แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ก็ไม่ทำยังผลให้พวกเขาไม่เข้าใจประเด็นที่สลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกันสุขภาพ ภาวะโลกร้อน หรือการปฏิรูประบบการเงิน ในภาวะเช่นนี้ พวกเขาถึงถูกหลอกได้ง่ายโดยเฉพาะจากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งบางครั้งบิดเบือนประเด็นด้วยการโกหกหน้าด้านๆ เช่น การกล่าวหาว่าประธานาธิบดี โอบามา เกิดในต่างประเทศจึงขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งนั้น

คนอเมริกันมองว่าตนเป็นคนที่มีความพิเศษ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงควรมีของที่ดีที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษา ระบบการรักษาพยาบาล หรืองานที่มีรายได้ดี ความคิดเช่นนี้เป็นฐานของการก่อวงจรอุบาทว์ดังที่เป็นอยู่

หากนำการอ่านสังคมอเมริกันนั้นมาอ่านสังคมไทย เราคงได้ภาพที่ไม่ค่อยต่างกันมากนัก เริ่มจากการจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยวิธีที่ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเพราะคนไทยไม่อยากทำงานที่คิดว่าต่ำกว่าสถานะของตน ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลงไปเช่นเดียวกับของสหรัฐ หนุ่มสาววัยเรียนสนใจไปมั่วสุมกันตามร้านสรรพสินค้ามากกว่าฝึกฝนตนเองให้มีความเชี่ยวชาญเพื่อรับงานในอนาคต หนังสือแนะนำการสร้างความร่ำรวยทางลัดขายดีเช่นเดียวกับหวยรัฐบาลและการพนันทุกรูปแบบ โครงการประชานิยมสร้างความติดอกติดใจได้อย่างรวดเร็วเพราะคนไทยส่วนใหญ่มีความอยากได้ของเปล่าเป็นฐาน ตอนนี้รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาก่อหนี้เพื่อนำเงินมากระตุ้นการใช้จ่าย ส่วนใครจะเป็นผู้ใช้หนี้ ไม่ค่อยมีใครสนใจเพราะคิดเสียว่านั่นเป็นปัญหาของอนาคต นักการเมืองจะคุยโม้หรือโป้ปดมดเท็จเท่าไรก็ได้เพราะรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจศึกษาปัญหาให้แตกฉานและติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด การโกหกแบบหน้าด้านๆ จากเรื่องการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟจนถึงเรื่องเงินหลักหมื่นล้านที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม หรือการคุยโม้ว่าจะแก้ปัญหาสารพัดได้ภายในหกเดือนและทำให้คนไทยหายจนได้ภายในหกปีจึงมีคนเชื่อ คนไทยส่วนใหญ่ต้องการมีระบบการศึกษาและการรักษาพยาบาลฟรียังกับว่าสิ่งเหล่านี้เสกเป่าเอาเมื่อไรก็ได้

อย่างไรก็ตาม สังคมไทยมีส่วนต่างกับสังคมอเมริกัน นั่นคือ เราก้าวหน้าน้อยกว่าเขา แต่เราเห็นช้างขี้แล้วพยายามขี้ตามช้าง เราจึงจะเสื่อมก่อนก้าวหน้า หรือพูดง่ายๆว่า เราจะเสื่อมทางลัด

“หากอเมริกาเสื่อมเพราะอนิจจัง ไทยกำลังเสื่อมทางลัด”
คอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา
ดร.ไสว บุญมา
กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25 กันยายน 2552

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...
bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark
tabs-top

Leave a Reply